อานาปานสติสมาธิเป็นเครื่องมือที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำสำหรับสงบจิตในยามที่ใจปั่นป่วนอย่างรุนแรง เพราะลมหายใจอยู่กับเราตลอดเวลาไม่เคยห่างหาย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือสถานที่พิเศษใด ๆ แม้ในยามค่ำคืนที่มืดมิดและรู้สึกแพนิคขึ้นมากะทันหันจนไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร การกำหนดรู้ลมหายใจเข้า-ออกอย่างช้า ๆ ก็ยังเป็นสิ่งที่ทำได้เสมอโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะเป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปทุกที่
มุมมองจากงานวิจัย
ทางสรีรวิทยา อาการแพนิค (panic) เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติตื่นตัวสูงผิดปกติอย่างฉับพลัน ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ ใจสั่น มือเท้าเย็นหรือชา ทั้งที่ไม่มีอันตรายทางกายภาพจริงเกิดขึ้นเลย การหายใจออกให้ยาวกว่าหายใจเข้าเป็นวิธีที่งานวิจัยด้านสรีรวิทยาความเครียดยืนยันว่าช่วยกระตุ้นเส้นประสาทเวกัส (vagus nerve) ให้ไปกระตุ้นระบบพาราซิมพาเทติกทำงาน ซึ่งมีฤทธิ์ตรงข้ามกับระบบตื่นตัว และช่วยดึงร่างกายกลับสู่สมดุลได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
หายใจออกให้ยาวกว่าหายใจเข้าอย่างมีสติ ทำซ้ำจนอาการเริ่มคลี่คลาย
บอกตัวเองว่านี่คือปฏิกิริยาของระบบประสาท ไม่ใช่อันตรายถึงชีวิตจริง
อยู่ในที่ปลอดภัยและรอให้อาการผ่านไปโดยไม่ต่อสู้กับมัน
หากอาการแพนิคเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนกระทบการนอนและการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักจิตวิทยาควบคู่ไปด้วย
พระสูตรอ้างอิง
-
ว่าด้วยเรื่องอานาปานสติสมาธิ
(ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๖๙ ข้อ ๓๖๒-๓๖๖ หน้า ๘๕-๘๙)
งานวิจัยอ้างอิง
-
Definition of worry; cognitive avoidance model of generalized anxiety disorder
(Borkovec, T. D. (1983); Borkovec, T. D., & Costello, E. (1993). Journal of Consulting and Clinical Psychology)
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และแนวคิดเบื้องต้นจากพระธรรมคำสอนและงานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีความทุกข์ใจรุนแรง คิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยตรง หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชม.)
