หน้าแรก

ควรตั้งเป้าหมายชีวิตอย่างไร ยิ่งแก่ยิ่งเหนื่อยกับชีวิต ?

กรกฎาคม 6, 2026

 

ความรู้สึกที่ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งเหนื่อยกับชีวิตนี่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้มากค่ะ/ครับ เพราะภาระที่สะสมมา ความคาดหวัง ความฝันที่ยังไปไม่ถึง มันพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็ทำให้รู้สึกเหมือนวิ่งไล่ตามอะไรบางอย่างที่จับต้องไม่ได้ คำถามที่ว่า “ควรตั้งเป้าหมายชีวิตอย่างไร” จึงเป็นคำถามที่สำคัญมาก เพราะมันจะกำหนดว่าเราจะ “เหนื่อยแบบมีความหมาย” หรือ “เหนื่อยแบบว่างเปล่า”

แนวทางจากพระสูตร:
ในมหากัจจานภัทเทกรัตตสูตร พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่อง “ผู้มีราตรีเดียวเจริญ” คือคนที่ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว (ไม่จมอยู่กับอดีตว่าเราน่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้) และไม่มุ่งหวังพร่ำเพ้อถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง (ไม่กังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง) แต่เห็นแจ้งสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าในปัจจุบันอย่างแท้จริง ท่านสอนว่าความเหนื่อยล้าของชีวิตส่วนหนึ่งมาจากการที่ใจเราแบกทั้งอดีตและอนาคตไว้พร้อมกัน ทั้งที่ปัจจุบันคือสิ่งเดียวที่เรามีจริงๆ

ส่วนโรหิตัสสสูตร เล่าเรื่องเทพบุตรโรหิตัสสะที่เคยพยายามเดินทางไปให้ถึง “ที่สุดแห่งโลก” ด้วยฝีเท้าที่เร็วมาก แต่วิ่งไปทั้งชีวิตก็ไม่ถึง จนตายไปเสียก่อน พระพุทธเจ้าตรัสว่าที่สุดแห่งโลก (การพ้นทุกข์) ไม่อาจไปถึงด้วยการเดินทางออกไปข้างนอก แต่ต้องกลับมาดูที่กายใจนี้เอง นี่สะท้อนปัญหาของการตั้งเป้าหมายชีวิตแบบ “วิ่งไล่” สิ่งภายนอกไม่รู้จบ ยิ่งวิ่งยิ่งเหนื่อย เพราะเป้าหมายที่แท้ไม่ได้อยู่ไกลออกไป แต่อยู่ในการรู้เท่าทันใจตัวเองตรงนี้เดี๋ยวนี้

มุมมองจากงานวิจัย:
งานวิจัยด้านผู้สูงอายุพบว่า การมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนไม่ได้ทำให้คนแก่เหนื่อยเพิ่มขึ้น แต่กลับช่วยปกป้องสมองในวัยชรา คนที่รู้สึกว่าชีวิตมีจุดมุ่งหมาย มีแนวโน้มที่ความสามารถทางความคิดจะเสื่อมช้าลงและมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพที่รุนแรงน้อยลง พูดง่ายๆ คือเป้าหมายชีวิตทำหน้าที่เหมือน “เกราะป้องกัน” ไม่ใช่ “ภาระที่ถ่วง” งานวิจัยอีกชิ้นที่รวบรวมผลจากหลายการศึกษาก็ยืนยันตรงกันว่า การมีความหมายหรือจุดมุ่งหมายในชีวิตวัยแก่เป็นปัจจัยป้องกันที่เข้มแข็งต่อความท้าทายต่างๆ ของวัยนี้ นั่นแปลว่าความเหนื่อยที่เรารู้สึก อาจไม่ได้มาจาก “การมีเป้าหมาย” แต่มาจาก “การตั้งเป้าหมายผิดแบบ” คือไล่ตามสิ่งที่ไม่เคยพอ แทนที่จะมีเป้าหมายที่ให้ความหมายกับชีวิตจริงๆ

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ:
ลองถามตัวเองใหม่ว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนนี้ เป็นเป้าหมายที่ “ไล่ตาม” สิ่งภายนอก (เงิน ตำแหน่ง การยอมรับ) หรือเป็นเป้าหมายที่ “สร้างความหมาย” ให้ชีวิตจริงๆ (เช่น การดูแลคนที่รัก การเติบโตทางใจ)
ฝึกกลับมาอยู่กับปัจจุบันบ่อยๆ เช่น ก่อนนอนทบทวนสั้นๆ ว่าวันนี้เราได้ทำอะไรที่มีความหมายบ้าง แทนที่จะคิดถึงแต่สิ่งที่ยังไม่เสร็จหรือสิ่งที่พลาดไปแล้ว
ปรับเป้าหมายให้เล็กลงและจับต้องได้ในแต่ละวัน แทนที่จะมีแต่เป้าหมายใหญ่ระยะยาวที่ทำให้รู้สึกไกลเกินเอื้อม
ลองหาสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า แม้เป็นเรื่องเล็กๆ เช่น การช่วยเหลือคนอื่น การเรียนรู้สิ่งใหม่ เพราะสิ่งเหล่านี้คือ “เป้าหมายที่มีความหมาย” ที่งานวิจัยชี้ว่าช่วยปกป้องทั้งใจและสมองในระยะยาว

พระสูตรอ้างอิง

  • มหากัจจานภัทเทกรัตตสูตร
    (มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ข้อ ๕๕๘-๕๖๒ หน้า ๒๓๔-๒๓๗)
  • โรหิตัสสสูตร
    (สังยุตตนิกาย สคาถวรรค, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ข้อ ๒๙๘-๓๐๕ หน้า ๓๘๒-๓๘๘)

งานวิจัยอ้างอิง

  • NEW DIRECTIONS IN RESEARCH ON THE DYNAMICS OF PURPOSE IN LIFE AND COGNITIVE AGING
    (Angelina Sutin, Gerontological Society of America (2023))
  • Purpose and Meaning in Life in Older Age: A Correlational Meta-Analysis
    (ผู้วิจัยหลายคน (PMC, 2024))

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และแนวคิดเบื้องต้นจากพระธรรมคำสอนและงานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีความทุกข์ใจรุนแรง คิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยตรง หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชม.)