พ่อเล่นเมียน้อยไม่สนคนในบ้าน

สิงหาคม 22, 2026

พ่อที่ไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นแล้วไม่สนใจคนในบ้านเลย เป็นเรื่องที่สร้างความเจ็บปวดลึกๆ ให้กับทุกคนในครอบครัว ทั้งแม่ที่ต้องรับความรู้สึกถูกทอดทิ้ง และตัวเราเองที่อาจรู้สึกโกรธ เสียใจ หรือสับสนว่าทำไมความรักในบ้านถึงไม่มีความหมายพอสำหรับพ่อ ความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องปกติมากที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดของใครในบ้านเลย

แนวทางจากพระสูตร
ในคลังที่มีอยู่ไม่มีพระสูตรที่กล่าวถึงเรื่องเมียน้อยหรือการนอกใจโดยตรง แต่มีเรื่องที่พอเทียบเคียงได้คือตักกลชาดก ซึ่งเล่าถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ควรมีการดูแลเอาใจใส่กันระหว่างสมาชิก มีการเอ่ยถึงความรับผิดชอบและหน้าที่ที่คนในบ้านพึงมีต่อกัน ธรรมะพุทธศาสนามองว่า “บ้าน” ไม่ได้หมายถึงแค่หลังคาหรือสถานที่ แต่คือคนที่กินอยู่ร่วมครัวเดียวกัน ผูกพันกันด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบ เมื่อคนคนหนึ่งในบ้านละทิ้งหน้าที่นั้นไปหาความสุขข้างนอก ผลกระทบจึงตกอยู่กับทุกคนที่เหลือ สิ่งที่พระธรรมชี้ให้เห็นคือ ความสัมพันธ์ในครอบครัวต้องอาศัยความรับผิดชอบร่วมกัน เมื่อฝ่ายหนึ่งขาดไป คนที่เหลือก็ต้องเรียนรู้ที่จะดูแลใจตัวเองและกันเองให้เข้มแข็งขึ้น โดยไม่ต้องแบกรับความรู้สึกผิดที่ไม่ใช่ของตัวเอง

มุมมองจากงานวิจัย
งานวิจัยที่ศึกษาเรื่องคนที่นอกใจคู่ครองพบว่า คนที่มักจะไปมีความสัมพันธ์นอกบ้าน มักมีพื้นฐานด้านความผูกพัน (attachment) ที่ไม่มั่นคงอยู่แล้ว คือเป็นคนที่หลีกเลี่ยงความใกล้ชิดทางใจ หรือกลัวความผูกมัดลึกๆ พูดง่ายๆ คือบางทีปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนในบ้านทำอะไรผิด แต่เป็นเรื่องที่ตัวพ่อเองมีปมในใจบางอย่างที่ทำให้หนีความสัมพันธ์ลึกซึ้งไป
งานวิจัยยังพบว่าการนอกใจแบบนี้เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่นำไปสู่การหย่าร้างทั่วโลก (ราวร้อยละ 25-50 ของกรณีหย่าร้าง) แปลว่าครอบครัวจำนวนมากต้องเผชิญเรื่องแบบนี้ ไม่ใช่แค่ครอบครัวเรา
คนที่อยู่ในสถานการณ์นี้ (ทั้งแม่และลูก) มักมีความเสี่ยงที่จะเครียด วิตกกังวล หรือรู้สึกไม่มั่นคงทางใจมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมควรได้รับการดูแลใจอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ทนเงียบไป

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
อนุญาตให้ตัวเองรู้สึกโกรธหรือเสียใจได้เต็มที่ ไม่ต้องรีบบอกตัวเองว่า “ต้องเข้มแข็ง” หรือ “ต้องให้อภัย” ทันที ความรู้สึกต้องการเวลาในการค่อยๆ คลี่คลาย
หาพื้นที่ปลอดภัยพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ เช่น แม่ พี่น้อง หรือเพื่อนสนิท อย่าเก็บความรู้สึกไว้คนเดียวจนหนักเกินไป
ถ้าเป็นไปได้ ลองแยกแยะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของพ่อกับแม่ ไม่ใช่ความผิดของเรา อย่าโทษตัวเองว่าทำอะไรไม่ดีพอถึงทำให้พ่อเปลี่ยนไป
ถ้าสถานการณ์ในบ้านตึงเครียดจนกระทบการใช้ชีวิตประจำวันมาก ลองหาคนที่ปรึกษามืออาชีพ เช่น นักจิตวิทยา ที่จะช่วยประคองใจในช่วงนี้ได้ดีกว่าการรับมือคนเดียว
ให้เวลาตัวเองทำกิจกรรมที่ทำให้ใจสงบ เช่น สวดมนต์ นั่งสมาธิเบาๆ หรือทำสิ่งที่ชอบ เพื่อไม่ให้จิตใจจมอยู่กับความทุกข์ตลอดเวลา

พระสูตรอ้างอิง

  • ตักกลชาดก
    (ขุททกนิกาย ทสกนิบาต, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๕๙ ข้อ ๑๔๐๐-๑๔๐๘ หน้า ๘๖๕-๘๖๗)

งานวิจัยอ้างอิง

  • The interplay of attachment styles and marital infidelity: A systematic review and meta-analysis
    (NCBI/PubMed Central (2023) – Meta-analysis จาก 17 การศึกษา)
  • Family Conflict, Adult Attachment, Infidelity
    (Saint Thomas University – วิทยานิพนธ์ (2008))

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และแนวคิดเบื้องต้นจากพระธรรมคำสอนและงานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีความทุกข์ใจรุนแรง คิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยตรง หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชม.)