อิจฉาวจรอกุศลที่ละได้แล้วทรงแสดงถึงความอิจฉาริษยาว่าเป็นสภาวะจิตที่เกิดจากการเอาตนเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่นแล้วเกิดความรู้สึกด้อยกว่าหรือไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าความอิจฉาเป็นอกุศลธรรมที่ควรละ เพราะไม่ก่อประโยชน์ใด ๆ นอกจากทำให้ใจเศร้าหมองและทุกข์มากขึ้น การเห็นภาพชีวิตของผู้อื่นที่ดูสมบูรณ์แบบในโซเชียลมีเดียแล้วเกิดความรู้สึกด้อยกว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของความอิจฉาที่ทันสมัย พระธรรมข้อนี้ชวนให้ตระหนักว่าภาพที่เห็นมักเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่ถูกเลือกมาแสดง ไม่ใช่ภาพเต็มของชีวิตจริง การหมั่นพิจารณาเช่นนี้ช่วยให้ใจไม่ตกเป็นเหยื่อของการเปรียบเทียบที่ไม่เป็นธรรมกับตัวเอง
มุมมองจากงานวิจัย
ทฤษฎีการเปรียบเทียบทางสังคม (Social Comparison Theory) ของ Leon Festinger อธิบายว่ามนุษย์มีแนวโน้มโดยธรรมชาติที่จะประเมินตนเองผ่านการเปรียบเทียบกับผู้อื่น และงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางจิตวิทยาหลายฉบับพบว่าการเปรียบเทียบแบบ "upward comparison" หรือการเปรียบเทียบกับคนที่ดูดีกว่าบนโซเชียลมีเดียมีความสัมพันธ์กับอาการซึมเศร้าและความรู้สึกด้อยค่าในตนเองที่เพิ่มขึ้น งานวิจัยของ Jean Twenge เกี่ยวกับเวลาหน้าจอและสุขภาพจิตวัยรุ่นก็สนับสนุนความเชื่อมโยงนี้เช่นกัน โดยชี้ว่าการใช้โซเชียลมีเดียในลักษณะเปรียบเทียบเชิงลบมีผลกระทบต่ออารมณ์มากกว่าการใช้เพื่อเชื่อมต่อทางสังคมตามปกติ
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
เตือนตัวเองเสมอว่าโซเชียลมีเดียแสดงเพียงเสี้ยวที่ถูกคัดเลือกมา ไม่ใช่ชีวิตทั้งหมดของใคร
จำกัดเวลาการเสพโซเชียลมีเดียโดยเฉพาะเมื่อรู้สึกอ่อนไหวต่อการเปรียบเทียบ
หันมาโฟกัสความก้าวหน้าของตัวเองเทียบกับตัวเองในอดีต แทนการเทียบกับคนอื่น
เลือกติดตามเนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจเชิงบวกแทนที่จะกระตุ้นความรู้สึกด้อยค่า
พระสูตรอ้างอิง
- อิจฉาวจรอกุศลที่ละได้แล้ว
(มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๗ ข้อ ๗๑ หน้า ๓๕๓-๓๕๕)
งานวิจัยอ้างอิง
- A Theory of Social Comparison Processes
(Festinger, L. — foundational research on social comparison theory) - iGen: Social Media, Screen Time, and Adolescent Mental Health
(Twenge, J. M. — research on screen time, social comparison, and wellbeing)
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และแนวคิดเบื้องต้นจากพระธรรมคำสอนและงานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีความทุกข์ใจรุนแรง คิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยตรง หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชม.)

