หน้าแรก

หมดไฟในการทำงาน (burnout) แก้อย่างไร

กรกฎาคม 5, 2026
แนวทางจากพระสูตร
สังคารวสูตรเปรียบเทียบภาวะจิตที่ถูกนิวรณ์ 5 ครอบงำไว้อย่างชัดเจนกับสภาพน้ำ 5 แบบ หนึ่งในนั้นคือถีนมิทธะ (ความหดหู่ ท้อแท้ ไม่มีเรี่ยวแรง) ที่พระพุทธองค์เปรียบเหมือนน้ำที่ถูกจอกแหนและสาหร่ายปกคลุมจนหนาแน่น จนมองไม่เห็นเงาตัวเองสะท้อนในน้ำนั้นเลย พระองค์ทรงชี้ว่าเมื่อจิตอยู่ในสภาพนี้ ย่อมไม่สามารถเห็นสิ่งใดตามความเป็นจริงได้ ทั้งเรื่องของตัวเองและเรื่องรอบข้าง แต่ในพระสูตรเดียวกันก็ทรงชี้ทางออกไว้ด้วยว่าน้ำที่ถูกปกคลุมนั้นสามารถ "แหวกจอกแหนออกได้" หากมีผู้ลงมือทำอย่างถูกวิธี ไม่ปล่อยให้มันปกคลุมหนาขึ้นเรื่อย ๆ

มุมมองจากงานวิจัย
ภาวะนี้ใกล้เคียงกับสิ่งที่วงการจิตวิทยาปัจจุบันเรียกว่า "เบิร์นเอาต์" องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการในปี 2019 ว่าเบิร์นเอาต์เป็น "ปรากฏการณ์จากการทำงาน" (occupational phenomenon) ไม่ใช่โรคทางการแพทย์และไม่ใช่ความผิดของตัวบุคคลที่อ่อนแอเกินไป เครื่องมือวัดที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดคือ Maslach Burnout Inventory ซึ่งวัด 3 มิติสำคัญ คือ ความอ่อนล้าทางอารมณ์ (emotional exhaustion) ความรู้สึกแปลกแยกจากงานหรือเย้ยหยันต่องานที่ทำ (depersonalization) และความรู้สึกว่าตนไม่ประสบความสำเร็จในงาน (reduced personal accomplishment)

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ฝืนทำงานต่อด้วยความคิดว่าต้องอดทนอย่างเดียว
ปรับสมดุลภาระงานให้เหมาะกับกำลังที่มีจริง หากทำได้
หาความหมายในงานกลับคืนมาทีละน้อย เช่น เชื่อมโยงงานกับคุณค่าที่ตนเองให้ความสำคัญ
หากอาการอ่อนล้ารุนแรงต่อเนื่อง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตควบคู่ไปด้วย

พระสูตรอ้างอิง

  • สังคารวสูตร
    (อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๓๖ ข้อ ๑๙๓ หน้า ๔๑๔-๔๒๑)

งานวิจัยอ้างอิง

  • Burnout as an occupational phenomenon (ICD-11); Maslach Burnout Inventory
    (World Health Organization (2019); Maslach, C., Jackson, S. E., & Leiter, M. P.)

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และแนวคิดเบื้องต้นจากพระธรรมคำสอนและงานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีความทุกข์ใจรุนแรง คิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยตรง หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชม.)