พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่องอิจฉา หรือความริษยาที่เกิดจากทนไม่ได้ต่อสมบัติหรือความสุขของผู้อื่น ว่าเป็นอกุศลธรรมที่ควรละเสีย เพราะยิ่งปล่อยให้จิตจดจ่ออยู่กับความสุขหรือความสำเร็จของคนอื่นด้วยใจที่เปรียบเทียบ ใจของตนเองก็ยิ่งเร่าร้อนเป็นทุกข์มากขึ้นเท่านั้น โดยที่ความสุขของอีกฝ่ายไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด การเห็นภาพความสุขของผู้อื่นบนโซเชียลมีเดียก็กระตุ้นกลไกทางใจแบบเดียวกันนี้ คือใจเผลอเปรียบเทียบชีวิตตนเองกับภาพเสี้ยวหนึ่งที่ถูกคัดสรรมาแล้วของคนอื่น จนรู้สึกว่าตนเองด้อยหรือขาดพร่องกว่าความเป็นจริง พระธรรมคำสอนนี้ไม่ได้ห้ามยินดีกับความสุขของผู้อื่น แต่สอนให้รู้เท่าทันใจที่กำลังเปรียบเทียบ แล้วฝึกมุทิตาจิตคือความยินดีในสุขของผู้อื่นแทนความริษยา ซึ่งเป็นทางออกที่ทำให้ใจเบาสบายขึ้นกว่าการจมอยู่กับความรู้สึกด้อยค่า
มุมมองจากงานวิจัย
งานทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบที่ตีพิมพ์ใน PMC (2022) เรื่อง Envy, Social Comparison, and Depression on Social Networking Sites รวบรวมงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการเปิดดูโซเชียลมีเดียกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอิจฉาและเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นได้ง่ายเป็นพิเศษ เพราะเนื้อหาที่เห็นมักเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ถูกคัดสรรมาแล้ว ไม่ใช่ภาพชีวิตจริงทั้งหมด งานวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาการใช้โซเชียลมีเดียที่มากขึ้นกับความรู้สึกเหงาและอาการซึมเศร้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีแนวโน้มเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นสูงอยู่แล้ว งานวิจัยยังชี้ว่าการรู้เท่าทันลักษณะที่ถูกคัดสรรของเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย ช่วยลดผลกระทบทางลบต่ออารมณ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
เตือนตัวเองเสมอว่าสิ่งที่เห็นบนโซเชียลมีเดียเป็นเพียงเสี้ยวที่ถูกคัดสรรมาแล้ว ไม่ใช่ภาพชีวิตจริงทั้งหมด
จำกัดเวลาการเปิดดูโซเชียลมีเดียในแต่ละวัน โดยเฉพาะช่วงที่รู้สึกเหงาหรืออ่อนไหวง่าย
ฝึกมุทิตาจิต คือยินดีกับความสุขของผู้อื่นอย่างจริงใจ แทนการเปรียบเทียบกับชีวิตตนเอง
หันมาลงทุนเวลากับความสัมพันธ์จริงในชีวิตประจำวันมากกว่าการเฝ้าดูชีวิตคนอื่นผ่านหน้าจอ
พระสูตรอ้างอิง
- อิจฉาวจรอกุศลที่ละได้แล้ว
(มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๗ ข้อ ๗๑ หน้า ๓๕๓-๓๕๕)
งานวิจัยอ้างอิง
- Envy, Social Comparison, and Depression on Social Networking Sites
(PMC (2022), systematic review.)
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และแนวคิดเบื้องต้นจากพระธรรมคำสอนและงานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีความทุกข์ใจรุนแรง คิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยตรง หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชม.)

