ในคลังชาดกมีนิทาน "ว่าด้วยความหึงหวง" เล่าถึงปลาตัวหนึ่งที่หึงหวงคู่ของตนจนหลงคิดไปเองว่าคู่ของตนไปหลงใหลปลาตัวอื่น ทั้งที่ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันความคิดนั้นเลย ปลาตัวนี้จึงจมอยู่กับความทุกข์ทรมานใจจากภาพที่ตัวเองปรุงแต่งขึ้นเองล้วน ๆ สุดท้ายความหึงหวงที่ไม่มีมูลนั้นก็สร้างความทุกข์ให้ตัวเองมากกว่าที่ความจริงเป็นมากมายนัก ชาดกเรื่องนี้ชี้ให้เห็นบทเรียนสำคัญว่าความหึงหวงมักมาจาก "ความคิดที่ปรุงแต่งไปเอง" ของฝ่ายที่หวาดระแวง มากกว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้าจริง ๆ
มุมมองจากงานวิจัย
งานวิจัยของ Gottman และ Silver (2012) พบว่าความไว้ใจที่มั่นคงในความสัมพันธ์เกิดจาก 3 องค์ประกอบสำคัญ คือ การให้อภัยและเยียวยาบาดแผลเก่าที่เคยเกิดขึ้น (atonement) การรับรู้และตอบสนองความรู้สึกของกันและกันอย่างสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน (attunement) และความผูกพันที่มั่นคงต่อเนื่อง (attachment) เมื่อองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งขาดหายไป ความไม่ไว้ใจก็มักก่อตัวขึ้นและแสดงออกในรูปของความหึงหวง แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ทำอะไรผิดจริงก็ตาม
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
หมั่นสังเกตใจตัวเองว่ากำลังหึงหวงจากหลักฐานจริง หรือจากความกลัวสูญเสียที่ปรุงขึ้นเอง
หากพบว่าสาเหตุมาจากความไม่ไว้ใจที่สั่งสมมา ให้พูดคุยกับคู่รักตรง ๆ ด้วยความจริงใจแทนการเก็บไว้คนเดียว
ช่วยกันฟื้นฟูองค์ประกอบทั้งสามที่ขาดไป คือการให้อภัย การรับรู้ความรู้สึกกัน และความผูกพันที่สม่ำเสมอ
ไม่ปล่อยให้ความคิดหวาดระแวงขยายตัวอยู่ในใจฝ่ายเดียวโดยไม่พูดออกมา
พระสูตรอ้างอิง
-
ว่าด้วยความหึงหวง
(ขุททกนิกาย กุลาวกวรรค, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๕๕ ข้อ ๓๔ หน้า ๓๓๘-๓๔๑)
งานวิจัยอ้างอิง
-
What Makes Love Last? How to Build Trust and Avoid Betrayal
(Gottman, J. M., & Silver, N. (2012). Simon & Schuster)
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และแนวคิดเบื้องต้นจากพระธรรมคำสอนและงานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีความทุกข์ใจรุนแรง คิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยตรง หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชม.)
