พระพุทธเจ้าเคยตรัสสอนบิดาที่ร้องไห้เพราะลูกชายตายว่า "ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความเสียใจ ความคับแค้นใจ ย่อมเกิดจากสิ่งเป็นที่รัก" (ปิยชาติกสูตร) เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคหบดีคนหนึ่งสูญเสียบุตรชายอันเป็นที่รักจนโศกเศร้าไม่เป็นอันกินอันนอน พระพุทธองค์จึงตรัสความจริงข้อนี้ให้ฟัง ต่อมาพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงนำความนี้ไปตรัสถามพระนางมัลลิกาว่าจริงหรือไม่ พระนางก็ทรงยืนยันตรงกันและให้คนไปกราบทูลถามพระพุทธเจ้าซ้ำอีกครั้งจนสิ้นสงสัย ยิ่งเรารักและยึดสิ่งใดไว้แน่นเท่าไร เมื่อสิ่งนั้นแปรเปลี่ยนหรือจากไป ใจก็จะเจ็บมากเท่านั้น นี่ไม่ใช่คำตัดสินว่าอย่ารัก แต่ชี้ให้เห็นความจริงของสิ่งปรุงแต่งทั้งปวงที่ไม่เที่ยง (อนิจจตา) สัลลสูตรกล่าวเสริมด้วยคาถาที่ลึกซึ้งว่า แม้จะร่ำไห้คร่ำครวญหรือเศร้าโศกนานเพียงใด ความสัมพันธ์ที่จบแล้วหรือคนที่จากไปแล้วก็ไม่หวนคืนมาด้วยความโศกเศร้านั้น ทางเดียวที่จะพ้นทุกข์ได้จริงคือการเข้าใจความจริงข้อนี้แล้วค่อย ๆ ปล่อยวาง
มุมมองจากงานวิจัย
งานวิจัยด้านประสาทวิทยาของ Fisher และคณะ (2010) ที่ตีพิมพ์ใน Journal of Neurophysiology ใช้เทคนิค fMRI สแกนสมองของผู้ที่เพิ่งถูกบอกเลิกขณะให้ดูภาพคนรักเก่า พบว่าสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับรางวัลและความอยาก (reward/craving system) โดยเฉพาะบริเวณ ventral tegmental area ซึ่งเป็นวงจรเดียวกับที่ทำงานในภาวะเสพติด ยังคงถูกกระตุ้นอยู่ช่วงหนึ่งหลังความรักจบลง แม้ผ่านไปหลายเดือนแล้วก็ตาม อาการคิดถึง โหยหา ทุรนทุราย จึงมีที่มาทางชีววิทยาที่วัดได้จริงในสมอง ไม่ใช่ความอ่อนแอทางใจหรือความไม่เข้มแข็งพอของแต่ละคนอย่างที่มักเข้าใจผิดกัน
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
ให้เวลาใจได้เสียใจอย่างที่ควรเสียใจ ไม่ต้องเร่งบังคับตัวเองให้ "ลืม" ทันที
ค่อย ๆ กลับมาดูแลร่างกายและกิจวัตรประจำวันให้เป็นปกติ เช่น กินอาหาร ออกกำลังกาย นอนหลับตามเวลา
ลดการเสพภาพ ข้อความ หรือสิ่งที่ตอกย้ำความทรงจำเดิมซ้ำ ๆ ในช่วงแรก
เข้าใจว่าความเจ็บนี้มีที่มาทางชีววิทยาที่วัดได้จริง จะช่วยให้อภัยตัวเองที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ได้ง่ายขึ้น
พระสูตรอ้างอิง
-
ปิยชาติกสูตร
(มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๑ ข้อ ๕๓๕-๕๓๙ หน้า ๑๗๐-๑๗๔) -
สัลลสูตร
(ขุททกนิกาย สุตตนิบาต, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๔๗ ข้อ ๓๘๐ หน้า ๕๕๖-๕๗๐)
งานวิจัยอ้างอิง
-
Reward, Addiction, and Emotion Regulation Systems Associated with Rejection in Love
(Fisher, H. E., Brown, L. L., Aron, A., Strong, G., & Mashek, D. (2010). Journal of Neurophysiology, 104(1), 51-60)
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และแนวคิดเบื้องต้นจากพระธรรมคำสอนและงานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีความทุกข์ใจรุนแรง คิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยตรง หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชม.)
