มิตตามิตตชาดกเป็นชาดกที่พระพุทธเจ้าตรัสเล่าเพื่อสอนให้รู้จักแยกแยะระหว่างมิตรแท้กับมิตรเทียม โดยชี้ลักษณะของคนที่แสดงตนเป็นมิตรต่อหน้าแต่กลับพูดจาให้ร้ายหรือคิดร้ายลับหลัง ว่าเป็นมิตรเทียมที่ไม่ควรไว้วางใจมากเกินไป ขณะที่มิตรแท้คือผู้ที่ปรารถนาดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามยาก พระสูตรนี้ไม่ได้สอนให้เราเกลียดชังหรือหวาดระแวงทุกคน แต่สอนให้มีปัญญาสังเกตพฤติกรรมของคนรอบข้างตามความเป็นจริง เมื่อรู้ว่าเพื่อนร่วมงานนินทาเราลับหลัง นั่นเป็นข้อมูลสำคัญที่บอกเราว่าควรวางระยะห่างและความไว้ใจกับคนคนนั้นอย่างไรให้เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาและพลังใจไปกับความโกรธแค้นหรือพยายามเอาชนะคะคานกัน เพราะสุดท้ายแล้วการกระทำและผลงานของเราเองต่างหากที่จะพิสูจน์ตัวตนได้ชัดเจนกว่าคำนินทาใด ๆ
มุมมองจากงานวิจัย
งานวิจัยของ Kurland, N. B., & Pelled, L. H. (2000) ที่ตีพิมพ์ใน Academy of Management Review ศึกษาเรื่องการนินทาในที่ทำงานในฐานะปรากฏการณ์ทางอำนาจและสังคม พบว่าการนินทาเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นแทบทุกองค์กรและมักเกี่ยวข้องกับความพยายามสร้างหรือรักษาสถานะทางสังคมของผู้พูดเอง มากกว่าจะสะท้อนความจริงเกี่ยวกับผู้ถูกนินทาเสมอไป งานวิจัยยังชี้ว่าการนินทาเชิงลบสามารถทำลายความไว้วางใจและบรรยากาศการทำงานได้ แต่ผู้ที่ตกเป็นเป้าของการนินทามักได้รับผลกระทบทางจิตใจมากกว่าที่ควร หากตีความว่าคำนินทานั้นสะท้อนคุณค่าที่แท้จริงของตน การเข้าใจว่าการนินทามีแรงจูงใจทางสังคมซับซ้อนเบื้องหลัง ช่วยให้ผู้ถูกนินทาไม่ต้องรับเอาคำพูดเหล่านั้นมาเป็นความจริงเกี่ยวกับตัวเองทั้งหมด
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
อย่าด่วนตอบโต้หรือเข้าไปพัวพันในวงนินทาตอบ เพราะมักยิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น
โฟกัสที่คุณภาพผลงานและความสัมพันธ์กับคนที่ไว้ใจได้จริงในที่ทำงาน
หากการนินทาส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงหรือการทำงานอย่างชัดเจน ให้พูดคุยตรง ๆ กับคู่กรณีหรือแจ้งผู้บังคับบัญชาอย่างมีหลักฐาน
ฝึกใจให้ไม่ยึดคำพูดของคนอื่นมาเป็นเครื่องตัดสินคุณค่าของตัวเอง
พระสูตรอ้างอิง
- มิตตามิตตชาดก
(ขุททกนิกาย ทวาทสนิบาต, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๖๐ ข้อ ๑๗๑๓-๑๗๒๓ หน้า ๒๐๓-๒๐๕)
งานวิจัยอ้างอิง
- Passing the Word: Toward a Model of Gossip and Power in the Workplace
(Kurland, N. B., & Pelled, L. H. (2000). Academy of Management Review, 25(2), 428-438)
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และแนวคิดเบื้องต้นจากพระธรรมคำสอนและงานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีความทุกข์ใจรุนแรง คิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยตรง หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชม.)

