จตุกกมาติกา ฯลฯ
[๑๐] จตุกกมาติกา บุคคล ๔ จำพวก๑. คนที่เป็นอสัตบุรุษคนที่เป็นอสัตบุรุษยิ่งกว่าอสัตบุรุษคนที่เป็นสัตบุรุษคนที่เป็นสัตบุรุษยิ่งกว่าสัตบุรุษ๒. คนลามกคนลามกยิ่งกว่าคนลามกคนดีคนดียิ่งกว่าคนดี๓. คนมีธรรมลามกคนมีธรรมลามกยิ่งกว่าคนมีธรรมลามกคนมีธรรมงามคนมีธรรมงามยิ่งกว่าคนมีธรรมงาม๔. คนมีโทษคนมีโทษมากคนมีโทษน้อยคนไม่มีโทษ๕. บุคคลผู้เป็นอุคฆฏิตัญญูบุคคลผู้เป็นวิปัญจิตัญญูบุคคลผู้เป็นเนยยะบุคคลผู้เป็นปทปรมะ๖. บุคคลผู้โต้ตอบลูกต้องแต่ไม่ว่องไวบุคคลผู้โต้ตอบว่องไวแต่ไม่ถูกต้องบุคคลผู้โต้ตอบลูกต้องและว่องไวบุคคลผู้โต้ตอบไม่ถูกต้องและไม่ว่องไว๗. บุคคลผู้เป็นธรรมกถึก ๔ จำพวก๘. บุคคลผู้เปรียบเทียบด้วยวลาหก ๔ จำพวก๙. บุคคลผู้เปรียบด้วยหนู ๔ จำพวก๑๐. บุคคลผู้เปรียบด้วยมะม่วง ๔ จำพวก๑๑. บุคคลผู้เปรียบด้วยหม้อ ๔ จำพวก๑๒. บุคคลผู้เปรียบด้วยห้วงน้ำ ๔ จำพวก๑๓. บุคคลผู้เปรียบด้วยโคถึก ๔ จำพวก๑๔. บุคคลผู้เปรียบด้วยอสรพิษ ๔ จำพวก๑๕. บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว พูดสรร-เสริญคนที่ไม่ควรสรรเสริญบุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว พูดติเตียนคนที่ควรสรรเสริญบุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ มีความเลื่อมใสในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใสบุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว ไม่เลื่อมใสในฐานะที่ควรเลื่อมใส๑๖. บุคคลบางคนใคร่ครวญ ไตร่ตรองแล้ว พูดติเตียนคนที่ควรติเตียนบุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว พูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญบุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว ไม่เลื่อมใสในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใสบุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว เลื่อมใสในฐานะที่ควรเลื่อมใส๑๗. บุคคลบางคนพูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล แต่ไม่พูดสรรเสริญ คนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาลบุคคลบางคนพูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล แต่ไม่พูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาลบุคคลบางคนพูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล และพูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาลบุคคลบางคนไม่พูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล และไม่พูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล๑๘. บุคคลผู้ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่น มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญบุคคลดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญ มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่นบุคคลดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่นด้วย ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญด้วยบุคคลผู้มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่น ทั้งมิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญด้วย๑๙. บุคคลผู้มืดมามืดไปบุคคลผู้มืดมาสว่างไปบุคคลผู้สว่างมามืดไปบุคคลผู้สว่างมาสว่างไป๒๐. บุคคลผู้ต่ำมาแล้วต่ำไปบุคคลผู้ต่ำมาแล้วสูงไปบุคคลผู้สูงมาแล้วต่ำไปบุคคลผู้สูงมาแล้วสูงไป๒๑. บุคคลผู้เปรียบด้วยต้นไม้ ๔ อย่าง๒๒. บุคคลผู้ถือรูปเป็นประมาณเลื่อมใสในเสียงบุคคลผู้ถือเสียงเป็นประมาณเลื่อมใสในเสียงบุคคลผู้ถือความเศร้าหมองเป็นประมาณเลื่อมใสในความเศร้าหมองบุคคลผู้ถือธรรมเป็นประมาณเลื่อมใสในธรรม๒๓. บุคคลบางคนปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์คนอื่นบุคคลบางคนปฏิบัติเพื่อประโยชน์คนอื่น ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนบุคคลบางคนปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนด้วย ปฏิบัติเพื่อประโยชน์คนอื่นด้วยบุคคลบางคนไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์คนอื่น๒๔. บุคคลบางคนทำคนให้เดือดร้อน ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำตนให้เดือดร้อนบุคคลบางคนทำคนอื่นให้เดือดร้อน ขวนขวายประ-กอบสิ่งที่ทำคนอื่นให้เดือดร้อนบุคคลบางคนทำตนให้เดือดร้อน ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำตนให้เดือดร้อนด้วย ทำคนอื่นให้เดือดร้อน ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำคนอื่นให้เดือดร้อนด้วยบุคคลบางคนไม่ทำตนให้เดือดร้อน ไม่ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำตนให้เดือดร้อน ไม่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน ไม่ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน บุคคลนั้นไม่ทำตนให้เดือดร้อน ไม่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน เป็นผู้หมดหิว เป็นผู้ดับแล้ว เป็นผู้เย็นแล้ว เสวยความสุขมีตนอันประเสริฐ สำเร็จอิริยาบถอยู่ในทิฏฐิธรรมเที่ยว๒๕. บุคคลมีราคะบุคคลมีโทสะบุคคลมีโทสะบุคคลมรมานะ๒๖. บุคคลบางคนได้เจโตสมถะในภายใน แต่ไม่ได้ปัญญาเห็นแจ้งในธรรม กล่าวคืออธิปัญญาบุคคลบางคนได้ปัญญาเห็นแจ้งในธรรมคืออธิปัญญาแต่ไม่ได้เจโตสมถะในภายในบุคคลบางคนได้เจโตสมถะในภายในด้วย ได้ปัญญาเห็นแจ้งในธรรมคืออธิปัญญาด้วยบุคคลบางคนไม่ได้เจโตสมถะในภายในด้วย ไม่ได้ปัญญาเห็นแจ้งในธรรม คืออธิปัญญาด้วย๒๗. บุคคลผู้ไปตามกระแสบุคคลผู้ไปทวนกระแสบุคคลผู้ตั้งตัวได้แล้วบุคคลผู้ข้ามถึงฝั่งยืนอยู่บนบก เป็นพราหมณ์๒๘. บุคคลผู้มีสุตะน้อย และไม่ได้ประโยชน์เพราะสุตะบุคคลผู้มีสุตะน้อย แต่ได้ประโยชน์เพราะสุตะบุคคลผู้มีสุตะมาก แต่ไม่ได้ประโยชน์ เพราะสุตะบุคคลผู้มีสุตะมาก และได้ประโยชน์เพราะสุตะ๒๙. บุคคลผู้เป็นสมณะไม่หวั่นไหวบุคคลผู้เป็นสมณะบัวหลวงบุคคลผู้เป็นสมณะบัวขาวบุคคลผู้เป็นสมณะสุขุมาลในหมู่สมณะจบจตุกกมาติกาปัญจกมาติกา
[๑๑] ปัญจกมาติกา บุคคล ๕ จำพวก๑. บุคคลบางคนต้องอาบัติด้วย เดือดร้อนด้วย ทั้งไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งเจโตวิมุตติ ซึ่งปัญญาวิมุตติ อันเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้นของบุคคลนั้น.บุคคลบางคนต้องอาบัติ แต่ไม่เดือดร้อน ทั้งไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งเจโตวิมุตติ ซึ่งปัญญาวิมุตติ อันเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้นของบุคคลนั้น.บุคคลบางคนไม่ต้องอาบัติ แต่เดือดร้อน ทั้งไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งเจโตวิมุตติ ซึ่งปัญญาวิมุตติ อันเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้นของบุคคลนั้น.บุคคลบางคนไม่ต้องอาบัติ ไม่เดือดร้อน แต่ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งเจโตวิมุตติ ซึ่งปัญญาวิมุตติ อันเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้นของบุคคลนั้น.บุคคลบางคนไม่ต้องอาบัติ ไม่เดือดร้อน ทั้งรู้ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งเจโตวิมุตติ ซึ่งปัญญาวิมุตติ อันเป็นที่ดับโดยไม่เหลือแห่งอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้นของบุคคลนั้น.๒. บุคคลให้แล้วดูหมิ่นบุคคลดูหมิ่นด้วยการอยู่ร่วมบุคคลผู้เชื่อง่ายบุคคลโลเลบุคคลโง่งมงาย๓. บุคคลเปรียบด้วยนักรบอาชีพ ๕ จำพวก๔. ภิกษุผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตร ๕ จำพวก๕. ภิกษุผู้ถือห้ามภัตอันนำมาเมื่อภายหลังเป็นวัตร ๕ จำพวก๖. ภิกษุผู้ถือนั่งฉันอาสนะเดียวเป็นวัตร ๕ จำพวก๗. ภิกษุผู้ถือทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ๕ จำพวก๘. ภิกษุผู้ถือเพียงไตรจีวรเป็นวัตร ๕ จำพวก๙. ภิกษุผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร ๕ จำพวก๑๐. ภิกษุผู้ถืออยู่โคนไม้เป็นวัตร ๕ จำพวก๑๑. ภิกษุผู้ถืออยู่ในที่แจ้งเป็นวัตร ๕ จำพวก๑๒. ภิกษุผู้ถือการนั่งเป็นวัตร ๕ จำพวก๑๓. ภิกษุผู้ถือการอยู่ในเสนาสนะตามที่ท่านจัดไว้เป็นวัตร ๕จำพวก๑๔. ภิกษุผู้ถืออยู่ป่าช้าเป็นวัตร ๕ จำพวกจบปัญจกมาติกาฉักกมาติกา
