อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๔ ฯลฯ
[๘๑๓] อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๔ สาวัตถีนิทาน ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์นั่งส่งเสียงตะเบ็งเสียงตะโกนลั่น อยู่ในละแวกบ้าน . . .พระบัญญัติ๑๕๙. ๑๔. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักมีเสียงน้อย นั่งในละแวกบ้าน.สิกขาบทวิภังค์อันภิกษุพึงมีเสียงเบา นั่งในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อส่งเสียงตะเบ็งเสียงตะโกน นั่งในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ.อนาปัตติวารไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๔ จบอุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๕
[๘๑๔] อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๕ สาวัตถีนิทาน ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์เดินโคลงกายไปในละแวกบ้าน วางท่าภาคภูมิ . . .พระบัญญัติ๑๖๐. ๑๕. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่เดินโยกกายไปในละแวกบ้าน.สิกขาบทวิภังค์อันภิกษุไม่พึงเดินโคลงกายไปในละแวกบ้าน พึงประคองกายเดินไปภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินโคลงกายไปในละแวกบ้าน วางท่าภาคภูมิต้องอาบัติทุกกฏ.อนาปัตติวารไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๕ จบอุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๖
[๘๑๕] อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๖ สาวัตถีนิทาน ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์นั่งโคลงกายอยู่ในละแวกบ้าน วางท่าภาคภูมิ . . .พระบัญญัติ๑๖๑. ๑๖. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่นั่งโยกกายในละแวกบ้าน.สิกขาบทวิภังค์อันภิกษุไม่พึงนั่งโคลงกายในละแวกบ้าน พึงนั่งประคองกาย ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งโคลงกายในละแวกบ้าน วางท่าภาคภูมิ ต้องอาบัติทุกกฏ.อนาปัตติวารไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๖ จบอุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๗
[๘๑๖] อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๗ สาวัตถีนิทาน ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์เดินไกวแขนไปในละแวกบ้าน แสดงท่ากรีดกราย. . .พระบัญญัติ๑๖๒. ๑๗. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ไกวแขนไปในละแวกบ้าน.สิกขาบทวิภังค์อันภิกษุไม่พึงเดินแกว่งแขนไปในละแวกบ้าน พึงประคองแขนเดินไปภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินแกว่งแขนไปในละแวกบ้าน แสดงท่ากรีดกราย ต้องอาบัติทุกกฏ.อนาปัตติวารไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๗ จบอุชชัคมิกวรรค สิกขาบทที่ ๘
[๘๑๗] อุชชัคมิกวรรค สิกขาบทที่ ๘ สาวัตถีนิทาน ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์นั่งไกวแขน แสดงท่ากรีดกราย ในละแวกบ้าน . . .พระบัญญัติ๑๖๓. ๑๘. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ไกวแขนนั่งละแวกบ้าน.สิกขาบทวิภังค์อันภิกษุไม่พึงนั่งไกวแขนในละแวกบ้าน พึงนั่งประคองแขน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งแกว่งไกวแขนในละแวกบ้าน แสดงท่ากรีดกรายต้องอาบัติทุกกฏ.อนาปัตติวารไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๘ จบอุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๙
[๘๑๘] อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๙ สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์เดินโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน ทำท่าคอพับ. . .พระบัญญัติ๑๖๔. ๑๙. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่โคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน.สิกขาบทวิภังค์อันภิกษุไม่พึงเดินโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน พึงเดินประคองศีรษะไป ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน ทำท่าคอพับ ต้องอาบัติทุกกฏ.อนาปัตติวารไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๙ จบอุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๑๐
[๘๑๙] อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์นั่งโคลงศรีษะในละแวกบ้าน ทำท่าคอพับ. . .พระบัญญัติ๑๖๕. ๒๐. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่โคลงศีรษะนั่งในละแวกบ้าน.สิกขาบทวิภังค์อันภิกษุไม่พึงนั่งโคลงศีรษะในละแวกบ้าน พึงนั่งประคองศีรษะภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งโคลงศีรษะในแวกบ้าน ทำศรีษะให้ห้อยต้องอาบัติทุกกฏ.อนาปัตติวารไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ จบวรรคที่ ๒ จบวรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรคสิกขาบทที่ ๑
[๘๒๐] สิกขาบทที่ ๑ สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์เดินค้ำกายไปในละแวกบ้าน. . .พระบัญญัติ๑๖๖. ๒๑. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ทำความค้ำกายไปในละแวกบ้าน.สิกขาบทวิภังค์อันภิกษุไม่พึงเดินค้ำกายไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อเดินค้ำกายข้างเดียวก็ตาม ทั้งสองข้างก็ตาม ไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ.อนาปัตติวารไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๑ จบขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๒
[๘๒๑] ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๒ สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์นั่งค้ำกายในละแวกบ้าน. . .พระบัญญัติ๑๖๗. ๒๒. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ทำความค้ำกายนั่งในละแวกบ้าน.สิกขาบทวิภังค์อันภิกษุไม่พึงนั่งค้ำกายในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อนั่งค้ำกายข้างเดียวก็ตาม ทั้งสองข้างก็ตาม ในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏอนาปัตติวารไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๒ จบขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๓
[๘๒๒] ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๓ สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน. . .พระบัญญัติ๑๖๘. ๒๓. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่คลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน.สิกขาบทวิภังค์อันภิกษุไม่พึงคลุมศีรษะเดนไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏอนาปัตติวารไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๓ จบขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๔
[๘๒๓] ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๔ สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์คลุมศีรษะนั่งในละแวกบ้าน. . .พระบัญญัติ๑๖๙. ๒๔ . ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่คลุมศีรษะนั่งในละแวกบ้าน.สิกขาบทวิภังค์อันภิกษุไม่พึงคลุมศีรษะนั่งในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ คลุมศีรษะนั่งในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ.อนาปัตติวารไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๔ จบขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๕
[๘๒๔] ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๕ สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์กระโหย่งเท้าเดินไปในละแวกบ้าน. . .พระบัญญัติ๑๗๐. ๒๕. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ไปในละแวกบ้านด้วยทั้งความกระโหย่ง.สิกขาบทวิภังค์อันภิกษุไม่พึงมีการกระโหย่งเท้าเดินไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินกระหย่งเท้าไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ.อนาปัตติวารไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.ขันภกตวรรค สิกขาบทที่ ๕ จบขันภกตวรรค สิกขาบทที่ ๖
