มโหสถชาดก

ขุททกนิกาย มหานิบาต, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๖๓ ข้อ ๖๔๒-๖๕๘ หน้า ๓๑๔-๓๑๘

[๖๔๒] ลำบากนาน. ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถามอาจารย์กามินทะท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไรในกาลนี้.
[๖๔๓] ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไรในกาลนี้. พวกเราพึงเอาเชือกผูกให้ตาย หรือโดดลงบ่อให้ตายเสีย อย่าทันให้พระราชาพรหมทัตฆ่าพวกเราให้ลำบากเลย.
[๖๔๔] พวกเราให้ลำบากเลย. ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถามอาจารย์เทวินทะท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไรในกาลนี้.
[๖๔๕] ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไรในกาลนี้. พวกเราจงเอาไฟเผาเสียตั้งแต่ประตูหรือจงจับมีดฆ่ากันและกันละชีวิตเสียพลัน ถ้ามโหสถไม่สามารถจะปลดเปลื้องพวกเราโดยง่าย.
[๖๔๖] ไม่สามารถจะปลดเปลื้องพวกเราโดยง่าย. บุคคลแสวงหาแก่นของต้นกล้วย ย่อมไม่ได้ฉันใด เราทั้งหลายแสวงหาอุบายเครื่องพ้นจากทุกข์ ก็ย่อมไม่ประสบปัญหานั้น ฉันนั้น บุคคลแสวงหาแก่นแห่งไม้งิ้วย่อมหาไม่ได้ฉันใด เราทั้งหลายแสวงหาอุบายเครื่องพ้นจากทุกข์ย่อมไม่ประสบปัญหานั้น ฉันนั้น การอยู่ของช้างทั้งหลายในสถานที่ไม่มีน้ำ ชื่อว่าอยู่ในที่นี้ใช่ประเทศ เพราะว่าช้างเหล่านั้นอยู่ในสถานที่อันไม่มีน้ำ ชื่อว่ามิใช่ประเทศ ย่อมตกอยู่ในอำนาจของปัจจามิตรเร็วพลัน ฉันใด แม้การที่เราทั้งหลายอยู่ในที่ใกล้ของมนุษย์ชั่ว เป็นคนพาลหาความรู้มิได้ ก็ชื่อว่าอยู่ในสถานที่มิใช่ประเทศ ฉันนั้นใจของเราสั่น และปากก็แห้งผาก เราเป็นเหมือนถูกไฟไหม้กลางแดด ได้บรรลุถึงความเย็นใจ เตาของช่างทองรุ่งเรืองภายใน ไม่รุ่งเรืองภายนอก ฉันใดใจของเราย่อมเร่าร้อนอยู่ภายใน ไม่ปรากฏภายนอกฉันนั้น.
[๖๔๗] ฉันนั้น. แต่นั้นมโหสถผู้เป็นบัณฑิตที่ปัญญาเห็นประโยชน์ เห็นพระเจ้าวิเทหราชถึงความทุกข์ จึงได้กราบทูลคำนี้ว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์อย่าตกพระหฤทัยกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้องอาจในทางรถ ขอพระองค์อย่าตกพระหฤทัยกลัวเลย ข้าพระ-องค์จักเปลื้องพระองค์ผู้ดุจดวงจันทร์ หรือดวงอาทิตย์อันราหูจับแล้ว หรือดุจช้างจมติดในเปือกตม หรือดุจงูติดอยู่ในกระโปรง หรือดุจนกติดอยู่ในกรง หรือเหล่าปลาอยู่ในข่าย ผู้มีพลและพาหนะคุมล้อมอยู่ให้พ้นจากความลำเค็ญ ข้าพระองค์จักยังกองทัพปัญ-จาละให้หนีไป ดุจไล่ฝูงกาด้วยก้อนดิน ข้าพระองค์มิได้เปลื้องพระองค์ผู้เสด็จอยู่ในที่คับขันให้พ้นจากทุกข์ ชื่อว่าปัญญาของข้าพระองค์นั้นจะมีประโยชน์อะไร หรือบุคคลเป็นข้าพระองค์นั้นเป็นอมาตย์ จะมีประโยชน์อะไร.
[๖๔๘] ประโยชน์อะไร. แน่ะพ่อหนุ่ม ๆ พวกเจ้าจงลุกมา จงเปิดประตูอุโมงค์ ประตูห้องติดต่อเครื่องยนต์ พระ-เจ้าวิเทหราชพร้อมด้วยเหล่าอมาตย์ จักเสด็จไปโดยอุโมงค์.
[๖๔๙] อุโมงค์. พวกคนรับใช้ของมโหสถบัณฑิต ได้ฟังคำของมโหสถแล้ว จึงเปิดประตูอุโมงค์ และเครื่องสลักห้ามอันประกอบด้วยยนต์.
[๖๕๐] สลักห้ามอันประกอบด้วยยนต์. เสนกะเดินไปก่อน มโหสถเดินไปข้างหลัง พระเจ้าวิเทหราชเสด็จดำเนินไปท่ามกลางพร้อมด้วยอมาตย์ห้อมล้อมเป็นราชบริพาร.
[๖๕๑] ด้วยอมาตย์ห้อมล้อมเป็นราชบริพาร. พระเจ้าวิเทหราช เสด็จออกจากอุโมงค์ขึ้นสู่เรือแล้ว มโหสถรู้ว่าพระองค์ขึ้นสู่เรือแล้ว ได้ถวายอนุศาสน์ว่า ข้าแต่สมมติเทพ พระเจ้าจุลนีพรหมทัตนี้เป็นพระสัสสุระของพระองค์ ข้าแต่พระ-จอมประชากร พระนางนันทาเทวีนี้เป็นพระสัสสูของพระองค์ การปฏิบัติพระราชมารดาของพระองค์อย่างใด จงมีแก่พระสัสสูของพระองค์อย่างนั้น ข้าแต่พระราชา พระเชษฐภาดาร่วมพระอุทรพระมารดาเดียวกันโดยตรงของพระองค์ทรงรักใคร่อย่างใดพระปัญจาลจันทราชกุมาร พระองค์ควรทรงรักใคร่อย่างนั้น พระนางปัญจาลจันทีนี้ เป็นพระราชบุตรีของพระเจ้าพรหมทัตที่พระองค์ทรงปรารถนา พระ-องค์จงทำความใคร่ของพระองค์แก่พระนาง พระนางจงเป็นพระมเหสีของพระองค์.
[๖๕๒] จงเป็นพระมเหสีของพระองค์. ดูก่อนมโหสถ เจ้าจงรีบขึ้นเรือ เจ้าจะยืนอยู่ริมฝั่งคงคาทำไมหนอ เราทั้งหลายพ้นจากทุกข์แล้วโดยยาก จงไปบัดนี้เถิด.
[๖๕๓] แล้วโดยยาก จงไปบัดนี้เถิด. ข้าแต่พระมหาราชเจ้า การที่ข้าพระองค์ผู้เป็นนายกแห่งเสนา มาทอดทิ้งเสนางคนิกรเสีย เอาแต่ตัวรอด หาชอบไม่ ข้าพระองค์จักนำมา ซึ่งเสนางคนิกรในกรุงมิถิลาที่พระองค์ละไว้ และสิ่งของที่พระเจ้าพรหมทัตประทานแล้ว.
[๖๕๔] ของที่พระเจ้าพรหมทัตประทานแล้ว. ดูก่อนบัณฑิต เจ้าเป็นผู้มีเสนาน้อยจักข่มพระเจ้าจุลนีผู้มีเสนามากตั้งอยู่อย่างไร เจ้าเป็นไม่มีกำลัง จักลำบากด้วยพระเจ้าจุลนีผู้มีกำลัง.
[๖๕๕] ไม่มีกำลัง จักลำบากด้วยพระเจ้าจุลนีผู้มีกำลัง. ถ้าบุคคลมีความคิด แม้มีเสนาน้อยย่อมชนะบุคคลผู้ไม่มีความคิด ที่มีเสนามากได้ พระ-ราชาพระองค์เดียว ย่อมชนะพระราชาทั้งหลายได้ ดุจดวงอาทิตย์อุทัยกำจัดความมืด ฉะนั้น.
[๖๕๖] ดวงอาทิตย์อุทัยกำจัดความมืด ฉะนั้น. แน่ะเสนกาจารย์ การอยู่ร่วมด้วยเหล่าบัณฑิตเป็นสุขดีหนอ เพราะว่ามโหสถปลดเปลื้องพวกเราผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือข้าศึก ดุจบุคคลปลดเปลื้องฝูงนกที่ติดอยู่ในกรง หรือฝูงปลาที่ติดอยู่ในแห ฉะนั้น.
[๖๕๗] ฝูงนกที่ติดอยู่ในกรง หรือฝูงปลาที่ติดอยู่ในแห ฉะนั้น. ข้าแต่พระมหาราชเจ้า บัณฑิตทั้งหลายนำความสุขมาแท้จริงอย่างนี้ที่เดียว มโหสถปลดเปลื้องพวกเราผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือข้าศึก ดุจบุคคลปลดเปลื้องฝูงนกที่ติดอยู่ในกรง หรือฝูงปลาที่ติดอยู่ในแหฉะนั้น.
[๖๕๘] ฝูงนกที่ติดอยู่ในกรง หรือฝูงปลาที่ติดอยู่ในแหฉะนั้น. พระเจ้าจุลนีผู้มีกำลังมาก รักษาการตลอดราตรีทั้งสิ้น ครั้นอรุณขึ้นก็เสด็จถึงอุปการนครพระเจ้ากรุงอุตตรปัญจาละพระนามว่าจุลนี ผู้มีกำลังมาก เสด็จทรงช้างที่นั่งตัวประเสริฐมีกำลังอายุ ๖๐ ปีได้ตรัสการทัพกะเสนาของพระองค์ พระองค์ทรงสวมเกราะแก้วมณีพระหัตถ์จับศร ได้ตรัสกะเหล่าทวยหาญผู้รับใช้ ซึ่งชำนาญในศิลป์เป็นอันมากประชุมกันอยู่.