ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๘๙] ฉันนั้นเหมือนกัน. ๑. อรุกูปมจิตตบุคคล บุคคลผู้มีจิตเหมือนแผลเรื้อรังเป็นไฉน ?บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มักโกรธ มากไปด้วยความคั่งแค้น ถูกเขาว่าเพียงเล็กน้อย ก็ย่อมต้อง ย่อมกำเริบ ย่อมแสดงอาการผิดปรกติ ย่อมกระด้าง ย่อมแสดงความโกรธ ความคิดประทุษร้าย อาการไม่ชอบใจ ให้ปรากฏ เหมือนแผลเรื้อรังถูกท่อนไม้หรือกระเบื้องกระทบ ย่อมมีน้ำเลือดน้ำหนองออกมากมาย ชื่อแม้ฉันใด บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มักโกรธ มากไปด้วยความคั่งแค้น ถูกเขาว่าเพียงเล็กน้อย ก็ย่อมข้อง ย่อมกำเริบ ย่อมแสดงอาการผิดปรกติ ย่อมกระด้าง ย่อมแสดงความโกรธ ความคิดประทุษร้ายและอาการไม่ชอบใจ ให้ปรากฏก็ฉันนั้น บุคคลนี้เรียกว่า ผู้มีจิตเหมือนแผลเรื้อรัง.๒. วิชชูปมจิตตบุคคล บุคคลผู้มีจิตเหมือนฟ้าแลบเป็นไฉน ?บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้เหตุเกิดขึ้นแห่งทุกข์ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ความดับทุกข์ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เหมือนบุรุษมีจักษุ พึงเห็นรูปทั้งหลายในระหว่างที่ฟ้าแลบในเวลามืดกลางคืน ชื่อแม้ฉันใด บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้เหตุเกิดขึ้นแห่งทุกข์ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ความดับทุกข์ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ก็ฉันนั้น บุคคลนี้เรียกว่า ผู้มีจิตเหมือนฟ้าแลบ.๓. วชิรูปมจิตตบุคคล บุคคลผู้มีจิตเหมือนฟ้าผ่าเป็นไฉน ?บุคคลบางคนในโลกนี้ รู้ยิ่งแล้วด้วยตนเอง ทำให้แจ้งแล้ว เข้าถึงแล้ว ซึ่งเจโตวิมุตติ ซึ่งปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายแล้ว สำเร็จอิริยาบถอยู่ในทิฏฐธรรม เหมือนแก้วมณีหรือแผ่นหิน อะไรชื่อว่าไม่แตกย่อมไม่มีเมื่อฟ้าผ่าลงไป ชื่อแม้ฉันใด บุคคลบางคนในโลกนี้ รู้ยิ่งแล้วด้วยตนเอง ทำให้แจ้งแล้ว เข้าถึงแล้ว ซึ่งเจโตวิมุตติซึ่งปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายแล้วสำเร็จอิริยาบถอยู่ในทิฏฐธรรมก็ฉันนั้น บุคคลนี้เรียกว่า ผู้มีจิตเหมือนฟ้าผ่า.อรรถกถาอรุกูปมาจิตตบุคคลเป็นต้น.บทว่า "อภิสชฺชติ" ได้แก่ ย่อมข้อง.บทว่า "กุปฺปติ" ได้แก่ ย่อมกำเริบ ด้วยอำนาจความโกรธ.บทว่า "พฺยาปชฺชติ" ได้แก่ ย่อมละปกติภาวะ จึงชื่อว่า เป็นผู้เน่า.บทว่า "ปติตฺถิยติ" ได้แก่ ย่อมถึงความเป็นผู้กระด้าง และความเป็นผู้หยาบช้า.บทว่า "โกปํ" ได้แก่ ความโกรธที่มีกำลังอ่อน.บทว่า "โทสํ" ได้แก่ โทสะที่มีกำลังมากกว่า กว่าความโกรธนั้นด้วยอำนาจการประทุษร้าย.บทว่า "อปฺปจฺจยํ" ได้แก่ โทมนัส คือ ความเสียใจที่มีอาการ้อนไม่ยินดี.บทว่า "ทุฏฺารุโก" ได้แก่ แผลเรื้อรัง.บทว่า "กฏฺเน" ได้แก่ ด้วยปลายท่อนไม้.บทว่า "กถลาย" ได้แก่ ด้วยกระเบื้อง.บทว่า "อาสวํ เทติ" ได้แก่ ย่อมไหลออกมากมาย. ก็ตามธรรมดาแผลเรื้อรังนั้น ย่อมไหลออกซึ่งสิ่งปฏิกูล ๓ อย่าง คือ ปุพฺพํ น้ำหนองโลหิตํ น้ำเลือด ยูสํ น้ำเหลือง ก็แผลนั้น อะไร ๆ กระทบแล้ว สิ่งปฏิกูลเหล่านั้น ย่อมไหลออกมามากมาย.คำว่า "เอวเนว โข" นี้มีการเปรียบเทียบด้วยอุปมา ดังต่อไปนี้.ก็บุคคลผู้มักโกรธ ท่านเปรียบเหมือนแผลเรื้อรัง (แผลเน่า) ความประพฤติแม้ของผู้มักโกรธ เปรียบเหมือนการไหลออกของสิ่งปฏิกูล ๓ อย่าง มีน้ำหนองเป็นต้นตามธรรมดาของตน ความประพฤติดุร้าย เปรียบเหมือนซากศพที่บวมพองขึ้นตามธรรมดาของตน ถ้อยคำของผู้มักโกรธนั้น แม้มีประมาณเล็กน้อย ท่านก็เปรียบเหมือนการกระทบกระทั่งด้วยท่อนไม้ หรือกระเบื้องบัณฑิตพึงเห็นภาวะ คือ การพองขึ้นโดยประมาณมากมายของผู้มักโกรธนั้นด้วยความคิดอย่างนี้ว่า "บุคคลนี้ พูดอย่างนี้ ชื่อผู้เช่นกับเรา" ท่านเปรียบเหมือนการไหลออกมากมายแห่งปฏิกูลทั้งหลาย.สองบทว่า "อยํ วุจฺจติ" ความว่า บุคคลนี้ คือ ผู้เห็นปานนี้ ท่านเรียกว่า อรุกูปมจิตฺโต แปลว่า ผู้มีจิตเปรียบด้วยแผลเรื้อรัง อธิบายว่า ผู้มีจิตเช่นกับแผลเก่า (แผลเน่า)บทว่า "รตฺตนฺธการติมิสาย" ความว่า ในความมืดทึบอันกระทำความมืดโดยห้ามการเกิดขึ้นแห่งจักขุวิญญาณในเวลากลางคืน.บทว่า "วิชชนฺตริกาย" ได้แก่ ในขณะแห่งฟ้าแลบเป็นไป. แม้ในคำว่า วิชฺชนฺตริกาย นี้ พึงทราบการเปรียบเทียบด้วยอุปมา ดังต่อไปนี้.พระโยคาวจร คือ ผู้หยั่งลงสู่ความเพียร บัณฑิตพึงเห็นเหมือนบุรุษผู้มีจักษุดี กิเลสทั้งหลายที่พระโสดาปัตติมรรคพึงประหาน เปรียบเหมือนความมืด การเกิดขึ้นแห่งโสดาปัตติมรรคญาณ เปรียบเหมือนฟ้าแลบ การเห็นพระนิพพานในขณะแห่งโสดาปัตติมรรค เปรียบเหมือนการเห็นรูปโดยรอบของบุรุษผู้มีจักษุในระหว่างฟ้าแลบ. กิเลสทั้งหลายที่พระสกทาคามิมรรคพึงประหาน เปรียบเหมือนการท่วมท้น คือ การปกคลุมแห่งความมืดอีก, ความเกิดขึ้นแห่งสกทาคามิมรรค เปรียบเหมือนฟ้าแลบเป็นไปอีก, การเห็นพระ-นิพพานในขณะแห่งสกทาคานิมรรค เปรียบเหมือนการเห็นรูปโดยรอบของบุรุษผู้มีจักษุในระหว่างฟ้าแลบ. กิเลสทั้งหลายที่พระอนาคามิมรรคพึงประหานเปรียบเหมือนกับการท่วมท้น คือ การปกคลุมด้วยความมืดอีก, ความเกิดขึ้นแห่งอนาคามิมรรคญาณ เปรียบเหมือนฟ้าแลบเป็นไปอีก, การเห็นพระนิพ-พานในขณะแห่งอนาคามิมรรคเปรียบเหมือนการเห็นรูปโดยรอบของบุรุษผู้มีจักษุในระหว่างฟ้าแลบ.สองบทว่า "อยํ วุจฺจติ" ความว่า บุคคลนี้ คือ ผู้เห็นปานนี้ท่านเรียกว่า วิชฺชูปมจิตฺโต แปลว่า ผู้มีจิตเปรียบด้วยฟ้าแลบ. อธิบายว่าผู้มีจิตเช่นกับฟ้าแลบเพราะความสว่างในเวลาที่ประหานมีเล็กน้อย.ในความที่บุคคลมีจิตเปรียบด้วยฟ้าผ่า มีการเปรียบเทียบด้วยอุปมาดังต่อไปนี้ก็บัณฑิตพึงเห็นญาณในอรหัตตมรรค เปรียบเหมือนฟ้าผ่า, กิเลสทั้งหลายที่อรหัตมรรคพึงประหาน เปรียบเหมือนปุ่มแก้วมณีหรือปุ่มก้อนหิน,0บัณฑิตพึงเห็นความที่กิเลสทั้งหลายถูกตัดขาดไปด้วยอรหัตมรรคญาณ เปรียบเหมือนการไม่มีแห่งภาวะที่ปุ่มแก้วมณีหรือปุ่มก้อนหินที่ถูกฟ้าผ่าเจาะทำลายตัดขาดแล้วไม่เจริญขึ้น, บัณฑิตพึงเห็นความที่กิเลสทั้งหลายถูกอรหัตมรรคตัดขาดแล้วไม่เกิดขึ้นอีก เปรียบเหมือนปุ่มแก้วมณีหรือปุ่มก้อนหินที่ถูกฟ้าผ่าเจาะทำลายขาดไปแล้วไม่บริบูรณ์ได้อีก.สองบทว่า "อยํ วุจฺจติ" ความว่า บุคคลนี้ คือ ผู้เห็นปานนี้ ท่านเรียกว่า วชิรูปมจิตฺโต แปลว่า ผู้มีจิตอุปมาด้วยฟ้าผ่า อธิบายว่า ผู้มีจิตเช่นกับด้วยฟ้าผ่า เพราะความเป็นผู้สามารถเพื่อการกระทำการเพิกถอนขึ้นซึ่งกิเลสทั้งหลาย.
