อิจฉาวจรอกุศลที่ละได้แล้ว

มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๗ ข้อ ๗๑ หน้า ๓๕๓-๓๕๕

[๗๑] อิจฉาวจรอกุศลที่ละได้แล้ว ดูก่อนท่านผู้มีอายุ อิจฉาวจรที่เป็นบาปอกุศลเหล่านี้ อันภิกษุรูปใดรูปหนึ่งละได้แล้ว ชนทั้งหลายยังเห็นอยู่ ยังได้ยินอยู่. แม้เธอจะอยู่ในเสนาสนะท้ายบ้าน รับนิมนต์ ครองคฤหบดีจีวร ถึงอย่างนั้นเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลายก็ยังสักการะ เคารพ นับถือ บูชาภิกษุนั้น.ข้อนั้น เพราะเหตุอะไร ? เพราะอิจฉาวจรที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้น อันท่านผู้มีอายุนั้นละได้แล้ว ชนทั้งหลายยังเห็น และยังได้ยินอยู่ เปรียบเหมือนภาชนะสัมฤทธิ์ที่บุคคลนำมาแต่ร้านตลาด หรือแต่สกุลช่างทองเป็นของสะอาดหมดจด เจ้าของเอาข้าวสุกแห่งข้าวสาลีที่เลือกเอาของดำออกแล้ว เอาแกงและกับหลายอย่างวางลงในถาดทองสัมฤทธิ์นั้น ปิดด้วยถาดทองสัมฤทธิ์อื่น แล้วเดินไปยังร้านตลาด. ชนเห็นถาดทองสัมฤทธิ์นั้นแล้วจะต้องพูดอย่างนี้ว่า พ่อคุณ สิ่งที่ท่านนำไปนี้คืออะไร น่ารู้ น่าสนใจเขาพึงลุกขึ้นเปิดถาดทองสัมฤทธิ์นั้นดู พร้อมกับการเห็นข้าวสุกแห่งข้าวสาลีขาวสะอาดมีแกงและกับหลายอย่างนั้น ก็เกิดความพอใจ ไม่เกลียดชังแม้คนที่บริโภคอิ่มแล้ว ก็ยังปรารถนาจะบริโภค ไม่ต้องกล่าวถึงคนที่หิวฉันใด.อิจฉาวจรที่เป็นบาปอกุศลเหล่านี้ ก็ฉันนั้น ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งละได้แล้ว อันชนทั้งหลายยังเห็นอยู่ และยังได้ยินอยู่. แม้เธอจะอยู่ในเสนาสนะท้ายบ้านเป็นปกติ รับนิมนต์ ครองคฤหบดีจีวร ถึงอย่างนั้น เพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลายก็ยังสักการะ เคารพ นับถือ บูชาภิกษุนั้น. ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร ? เพราะอิจฉาวจรที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้น ท่านผู้มีอายุนั้นละได้แล้ว อันชนทั้งหลายยังเห็น และยังได้ยินอยู่.อุปมาด้วยช่างทำรถ