ปัณฑรกชาดก

ขุททกนิกาย ติงสตินิบาต, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๖๑ ข้อ ๒๓๘๗-๒๔๐๒ หน้า ๔๖๑-๔๖๗

[๒๓๘๗] ไม่ควรบอกความลับแก่คนอื่น ภัยเกิดจากตนเอง ย่อมตามถึงบุคคลผู้ไร้ปัญญา พูดพล่อย ๆ ไม่ปิดบังความรู้ ขาดความระมัดระวัง ขาดความพินิจพิจารณา เหมือนครุฑตามถึงเราผู้ปัณฑรกนาคราชฉะนั้น.นรชนใด ยินดีบอกมนต์ลึกลับ ที่ตนควรจะรักษาแก่คนชั่ว เพราะความหลง ภัยย่อมตามถึงนรชนนั้นผู้มีมนต์อันแพร่งพรายแล้วโดยพลัน เหมือนครุฑตามถึงเรา ผู้ปัณฑรกนาคราชฉะนั้น.มิตรเทียมไม่ควรจะให้รู้เหตุสำคัญ อันลึกลับ ถึงมิตรแท้แต่เป็นคนโง่ หรือมีปัญญาแต่ประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ก็ไม่ควรจะให้รู้ความลับเหมือนกัน.เราได้ถึงความคุ้นเคย กับชีเปลือย ด้วยเข้าใจว่าสมณะนี้โลกเขานับถือ มีตนอันอบรมดีแล้ว ได้บอกเปิดเผยความลับแก่มัน จึงได้ล่วงเลยประโยชน์ ร้องไห้อยู่ ดุจคนกำพร้าฉะนั้น.ดูก่อนพญาครุฑผู้ประเสริฐ เมื่อก่อนเรามีวาจาปกปิด ไม่บอกความลับแก่มัน แต่ก็ไม่อาจจะระมัดระวังได้ แท้จริงภัยได้มาถึงเราจากทางชีเปลือยนั้นเราจึงได้ล่วงเลยประโยชน์ร้องไห้อยู่ ดุจคนกำพร้าฉะนั้น.นรชนได้สำคัญว่า ผู้นี้มีใจดี บอกความลับกะคนสกุลทราม นรชนนั้นเป็นคนโง่เขลา ทรุดโทรมลงโดยไม่ต้องสงสัย เพราะโทสาคติ ภยาคติ หรือเพราะฉันทาคติ.ผู้ใดปากบอน นับเข้าในพวกอสัตบุรุษ ชอบกล่าวถ้อยคำในที่ประชุมชน นักปราชญ์ทั้งหลายเรียกผู้นั้นว่า ผู้มีปากชั่วร้าย คล้ายอสรพิษ ควรระมัดระวังคนเช่นนั้น เสียให้ห่างไกล.เราได้ละทิ้งข้าว น้ำ ผ้าแคว้นกาสี และจุรณ-จันทน์ สตรีที่เจริญใจ ดอกไม้และเครื่องชโลมทาซึ่งเป็นส่วนกามารมย์ทั้งปวงไปหมดแล้ว ดูก่อนพญาครุฑ เราขอถึงท่านเป็นสรณะด้วยชีวิต.
[๒๓๘๘] พญาครุฑ เราขอถึงท่านเป็นสรณะด้วยชีวิต. ดูก่อนปัณฑรกนาคราช บรรดาสัตว์ทั้ง ๓ จำพวก คือ สมณะ ครุฑ และนาค ใครหนอควรจะได้รับคำติเตียนในโลกนี้ ที่จริงตัวท่านนั่นแหละควรจะได้รับ ท่านถูกครุฑจับ เพราะเหตุไร.
[๒๓๘๙] ควรจะได้รับ ท่านถูกครุฑจับ เพราะเหตุไร. ชีเปลือยนั้นเป็นผู้มีอัตภาพ อันเรายกย่องว่าเป็นสมณะ เป็นที่รักของเรา ทั้งเป็นผู้อันเรายกย่องด้วยใจจริง เราจึงบอกเปิดเผยความลับแก่มันเราเป็นคนขาดประโยชน์แล้ว ต้องร้องไห้อยู่ ดุจคนกำพร้าฉะนั้น.
[๒๓๙๐] กำพร้าฉะนั้น. แท้จริงสัตว์ที่จะไม่ตายไม่มีเลย ในแผ่นดิน ธรรมชาติเช่นกับปัญญาไม่ควรติเตียน คนในโลกนี้ ย่อมบรรลุคุณวิเศษที่ยังไม่ได้ เพราะสัจจ-ธรรม ปัญญา และทมะ.มารดาบิดา เป็นยอดเยี่ยมแห่งเผ่าพันธุ์ คนที่สามชื่อว่ามีความอนุเคราะห์แก่บุตรนั้นไม่มีเลย เมื่อรังเกียจว่ามนต์จะแตก ก็ไม่ควรบอกความลับสำคัญแม้แก่มารดาบิดานั้น.เมื่อบุคคลรังเกียจว่ามนต์จะแตก ก็ไม่ควรแพร่งพรายความลับที่สำคัญ แม้แก่มารดา บิดา พี่สาวน้องสาว พี่ชาย น้องชาย หรือแก่สหาย แก่ญาติฝ่ายเดียวกับตน.ถ้าภรรยาสาวพูดไพเราะ ถึงพร้อมด้วยบุตรธิดารูปและยศ ห้อมล้อมด้วยหมู่ญาติ จะพึงกล่าวอ้อนวอนสามีให้บอกความลับ เมื่อรังเกียจว่ามนต์จะแตก ก็ไม่ควรแพร่งพรายความลับสำคัญ แม้แก่ภรรยานั้น.
[๒๓๙๑] ควรแพร่งพรายความลับสำคัญ แม้แก่ภรรยานั้น. บุคคลไม่ควรเปิดเผยความลับเลยควรรักษาความลับนั้นไว้ เหมือนรักษาขุมทรัพย์ความลับอันบุคคลอื่นรู้เข้า ทำให้แพร่งพรายไม่ดีเลย.คนฉลาดไม่ควรขยายความลับแก่สตรี ศัตรูคนมุ่งอามิส และแก่คนผู้หมายล้วงดวงใจ.คนใดให้ผู้ไม่มีความคิดล่วงรู้ความลับ ถึงแม้เขาจะเป็นคนใช้ของตน ก็จำต้องอดกลั้นไว้ เพราะกลัวความคิดจะแตก.คนมีประมาณเท่าใด รู้ความลับที่ปรึกษากันของบุรุษ คนมีประมาณเท่านั้น ย่อมขู่ให้บุรุษนั้นหวาดกลัวได้ เพราะเหตุนั้น จึงไม่ควรขยายความลับ.ในกลางวันก็ดี กลางคืนก็ดี ควรพูดเปิดเผยความลับในที่สงัด ไม่ควรเปล่งวาจาให้เกินเวลาเพราะคนที่คอยแอบฟัง ก็จะได้ยินข้อความที่ปรึกษากัน เพราะเหตุนั้น ข้อความที่ปรึกษากัน ก็จะถึงความแพร่งพรายทันที.
[๒๓๙๒] ความแพร่งพรายทันที. ผู้มีความคิดลี้ลับในโลกนี้ ย่อมปรากฏแก่เรา เปรียบเหมือนนครอันล้วนแล้วด้วยเหล็กใหญ่โตไม่มีประตู เจริญด้วยเรือนโรง ล้วนแต่เหล็ก ประกอบด้วยคู อันขุดไว้โดยรอบฉะนั้น.ดูก่อนปัณฑรกนาคราช ผู้มีลิ้นชั่ว คนจำพวกใดมีความคิดลี้ลับ ต้องไม่พูดแพร่งพราย มั่นคงในประโยชน์ของตน ย่อมเว้นไกลจากอมิตรทั้งหลายจำพวกเหล่านั้น ดุจคนผู้รักชีวิตเว้นไกลจากหมู่อสรพิษฉะนั้น.
[๒๓๙๓] ฉะนั้น. อเจลกชีเปลือย ละเรือนออกบวช มีศีรษะโล้น เที่ยวไปเพราะเหตุแห่งอาหาร เราได้ขยายความลับแก่มันซิหนอ เราจึงเป็นผู้ปราศจากประโยชน์และธรรม.ดูก่อนพญาครุฑ บุคคลผู้ละสิ่งที่ยึดถือว่าเป็นของเราแล้ว มาประพฤติเป็นนักบวช มีการกระทำอย่างไร มีศีลอย่างไร ประพฤติพรตอย่างไร จึงจะชื่อว่าเป็นสมณะ สมณะนั้นมีการกระทำอย่างไร จึงจะเข้าถึงแดนสวรรค์.
[๒๓๙๔] จะเข้าถึงแดนสวรรค์. บุคคลผู้ละสิ่งที่ยึดถือว่าเป็นของเราแล้ว มาประพฤติเป็นนักบวช ต้องประกอบด้วยความละอาย ความอดกลั้น ความฝึกตน ความอดทนไม่โกรธง่าย ละวาจาส่อเสียด จึงจะชื่อว่าเป็นสมณะสมณะนั้นมีการกระทำอย่างนี้ จึงจะเข้าถึงแดนสวรรค์.
[๒๓๙๕] สมณะนั้นมีการกระทำอย่างนี้ จึงจะเข้าถึงแดนสวรรค์. ข้าแต่พญาครุฑ ขอท่านจงปรากฏแก่ข้าพเจ้า เหมือนมารดาที่กกกอดลูกอ่อนที่เกิดแต่ตนแผ่ร่างกายทุกส่วนสัดปกป้อง หรือดุจมารดาผู้เอ็นดูบุตรฉะนั้นเถิด.
[๒๓๙๖] บุตรฉะนั้นเถิด. ดูก่อนพญานาคราชผู้มีลิ้นชั่ว เอาเถอะท่านจงพ้นจากการถูกฆ่าในวันนี้ ก็บุตรมี ๓ จำพวกคือ ศิษย์ ๑ บุตรบุญธรรม ๑ บุตรตัว ๑ บุตรอื่นหามีไม่ ท่านยินดีจะเป็นบุตร จำพวกไหนของเรา.
[๒๓๙๗] มีไม่ ท่านยินดีจะเป็นบุตร จำพวกไหนของเรา. พญาครุฑจอมทิชชาติ กล่าวอย่างนี้แล้ว ก็โผลงจับที่แผ่นดิน แล้วปล่อยพญานาคไปด้วยกล่าวว่า วันนี้ท่านรอดพ้น ล่วงสรรพภัยแล้ว จงเป็นผู้อันเราคุ้มครองแล้ว ทั้งทางบกทางน้ำ.หมอผู้ฉลาดเป็นที่พึ่งของคนไข้ได้ฉันใด ห้วงน้ำอันเย็น เป็นที่พึ่งของคนหิวระหายได้ฉันใด สถานที่พักเป็นที่พึ่งของคนเดินทางได้ฉันใด เราก็จะเป็นที่พึ่งของท่านฉันนั้น.
[๒๓๙๘] ที่พึ่งของท่านฉันนั้น. แน่ะท่านผู้ชลาพุชชาติ ท่านแยก-เขี้ยวจะขบ มองดูดังจะทำกับศัตรูผู้อัณฑชชาติ ภัยของท่านมีมาจากไหนกัน.
[๒๓๙๙] ของท่านมีมาจากไหนกัน. บุคคลพึงรังเกียจในศัตรูทีเดียว แม้ในมิตร ไม่ควรไว้วางใจ ภัยเกิดขึ้นได้จากที่ที่ไม่มีภัยมิตรย่อมตัดโค่นรากได้แท้จริง.จะพึงไว้วางใจในบุคคลที่ทำการทะเลาะกันมาแล้วอย่างไรได้เล่า ผู้ใดดำรงอยู่ได้ด้วยการเตรียมตัวเป็นนิตย์ ผู้นั้นย่อมไม่ยินดีกับศัตรูของตน.บุคคลพึงทำให้เป็นที่ไว้วางใจของคนอื่น แต่ไม่ควรจะวางใจคนอื่นจนเกินไป ตนเองอย่าให้คนอื่นรังเกียจได้ แต่ควรรังเกียจเขา วิญญูชนพึงพากเพียรไปด้วยอาการที่ฝ่ายปรปักษ์จะรู้ไม่ได้.
[๒๔๐๐] ไปด้วยอาการที่ฝ่ายปรปักษ์จะรู้ไม่ได้. สัตว์ทั้งสองผู้มีเพศพรรณดังเทวดาสุขุมาลชาติเช่นเดียวกัน อาจผจญได้ดี มีบุญบารมีได้ทำไว้ เคล้าคลึงกันไปราวกะว่าม้าเทียมรถ พากันเข้าไปหากรัมปิยอเจลก.
[๒๔๐๑] เข้าไปหากรัมปิยอเจลก. ลำดับนั้น ปัณฑรกนาคราช เข้าไปหาชีเปลือยแต่ลำพังตนเท่านั้น แล้วได้กล่าวว่า วันนี้เรารอดพ้นความตาย ล่วงภัยทั้งปวงแล้ว คงไม่เป็นที่รักที่พอใจท่านเสียเลยเป็นแน่.
[๒๔๐๒] ที่รักที่พอใจท่านเสียเลยเป็นแน่. พญาครุฑเป็นที่รักของเรา ยิ่งกว่าปัณฑรกนาคราช อย่างแท้จริง โดยไม่ต้องสงสัยเรามีความรักใคร่ในพญาครุฑ ทั้งที่รู้ ได้กระทำกรรมอันลามก ไม่ใช่ทำเพราะความลุ่มหลงเลย.