ความรู้สึกที่ว่า “ไม่มีใครเห็นใจเรา” เป็นความเจ็บปวดที่หนักมากนะ เพราะมันไม่ใช่แค่ความเหงา แต่มันคือความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ลึกไปถึงใจ อยากให้รู้ว่าความรู้สึกนี้มีที่มาที่ไปอธิบายได้ ไม่ใช่ว่าเราเป็นคนแปลกหรือมีอะไรผิดปกติ
แนวทางจากพระสูตร
ในอนังคณสูตร พระสารีบุตรได้สอนภิกษุทั้งหลายเรื่อง “การเทียบเคียงตนด้วยตนเอง” คือให้ลองมองย้อนกลับมาที่ตัวเราเองก่อนว่า เวลาที่เราเห็นคนอื่นมีข้อบกพร่องบางอย่าง เราไม่ชอบเขา แล้วเราเองก็มีข้อบกพร่องแบบเดียวกันไหม ท่านสอนให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา และเอาใจเราไปใส่ใจเขาด้วย เพื่อให้เราเห็นภาพความสัมพันธ์แบบสองทาง ไม่ใช่มองแค่ฝั่งเดียว
เชื่อมกับคำถามนี้ก็คือ เวลาเรารู้สึกว่า “ไม่มีใครเห็นใจเราเลย” ลองถามตัวเองเบาๆ ดูว่า เราเองเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้าใจความรู้สึกเราแค่ไหน เราได้บอกเล่าความในใจให้ใครฟังบ้างหรือยัง หรือเรากำลังเก็บมันไว้คนเดียวแล้วรอให้คนอื่นมาเดาใจเราเอง เพราะบางทีความรู้สึกโดดเดี่ยวไม่ได้เกิดจากคนอื่นไม่สนใจเราจริงๆ แต่เกิดจากเราปิดใจตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว เหมือนที่ท่านสอนเรื่องการเทียบเคียงใจกัน ถ้าเราอยากให้คนอื่นเห็นใจเรา เราก็ต้องเปิดใจให้เขาเห็นความรู้สึกเราก่อนเหมือนกัน
มุมมองจากงานวิจัย
งานวิจัยที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเหงากับความเห็นใจพบเรื่องที่น่าสนใจมากคือ คนที่รู้สึกเหงาบ่อยๆ มักจะเผลอถอยห่างจากสถานการณ์ที่ต้องเปิดใจหรือแสดงความรู้สึกออกไป เพราะกลัวถูกปฏิเสธ พอถอยห่างบ่อยๆ ทักษะในการเชื่อมโยงกับคนอื่นก็ค่อยๆ ฝ่อลง กลายเป็นวงจรที่ยิ่งเหงายิ่งปิดตัว ยิ่งปิดตัวก็ยิ่งไม่มีใครเข้าถึงความรู้สึกเรา
อีกงานวิจัยหนึ่งก็ชี้ว่าการไม่ได้รับความเห็นใจจากคนใกล้ตัวเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ความเหงาลึกขึ้น พูดง่ายๆ คือมันเป็นเหมือนวงจรสองทาง ถ้าเราไม่แสดงความรู้สึกออกมา คนอื่นก็เดาไม่ถูกว่าเราต้องการอะไร และถ้าเราไม่ได้รับการตอบสนอง เราก็ยิ่งถอยห่างมากขึ้น จนรู้สึกเหมือนโลกทิ้งเราไว้คนเดียว
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
ลองเลือกคนที่พอไว้ใจได้สักหนึ่งคน แล้วบอกความรู้สึกตรงๆ สั้นๆ ว่า “ช่วงนี้ฉันรู้สึกเหงามาก อยากมีคนฟัง” การบอกตรงๆ แบบนี้ช่วยเปิดช่องให้อีกฝ่ายเข้าใจโดยไม่ต้องเดา
สังเกตตัวเองว่าเรามีพฤติกรรมถอยหนีจากคนอื่นบ่อยแค่ไหน เช่น ไม่ตอบข้อความ ไม่ชวนใครคุย ปฏิเสธนัดหมาย ลองเริ่มจากการตอบรับเล็กๆ น้อยๆ ก่อน ไม่ต้องรีบเปิดใจทั้งหมด
ลองฝึกเอาใจเขามาใส่ใจเราตามที่พระสารีบุตรสอน โดยนึกถึงคนรอบตัวสักคนแล้วลองมองจากมุมเขาบ้างว่าเขาอาจกำลังมีเรื่องของเขาเองอยู่ ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจไม่สนใจเรา
หากความรู้สึกโดดเดี่ยวนี้หนักและอยู่กับเรานานจนกระทบการใช้ชีวิต การพูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญจะช่วยหาทางออกที่เหมาะกับสถานการณ์ของเราได้ดีกว่าการแก้ไขด้วยตัวเองคนเดียว
พระสูตรอ้างอิง
- อนังคณสูตร
(มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ข้อ ๒๒๔ หน้า ๑๕๘-๑๖๑)
งานวิจัยอ้างอิง
- Absence and Presence of Human Interaction: The Relationship Between Loneliness and Empathy
(Hu, Zheng, Huang – Sun Yat-sen University, 2020) - Being unempathic will make your loved ones feel lonelier: Loneliness in an evolutionary perspective
(ScienceDirect, 2017)
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และแนวคิดเบื้องต้นจากพระธรรมคำสอนและงานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีความทุกข์ใจรุนแรง คิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยตรง หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชม.)
