แนวทางจากพระสูตร
สัลลสูตรกล่าวถึงความจริงของชีวิตไว้ว่า "ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ไม่มีเครื่องหมาย ใคร ๆ รู้ไม่ได้ ทั้งลำบาก ทั้งน้อย และประกอบด้วยทุกข์" ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้ว่าตนจะสิ้นอายุขัยเมื่อใด ความตายจึงเป็นธรรมดาที่มาถึงทุกชีวิตอย่างเสมอภาคกันหมด ไม่มีใครได้รับการยกเว้นไม่ว่าจะร่ำรวย มีอำนาจ หรือมีปัญญาเพียงใด การพิจารณาความจริงข้อนี้บ่อย ๆ ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อทำให้หดหู่หรือกลัวมากขึ้น แต่เพื่อให้เห็นคุณค่าของเวลาที่มีอยู่ในปัจจุบันขณะ และลดความยึดติดว่าตัวเราจะต้องคงอยู่ตลอดไปอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
สัลลสูตรกล่าวถึงความจริงของชีวิตไว้ว่า "ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ไม่มีเครื่องหมาย ใคร ๆ รู้ไม่ได้ ทั้งลำบาก ทั้งน้อย และประกอบด้วยทุกข์" ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้ว่าตนจะสิ้นอายุขัยเมื่อใด ความตายจึงเป็นธรรมดาที่มาถึงทุกชีวิตอย่างเสมอภาคกันหมด ไม่มีใครได้รับการยกเว้นไม่ว่าจะร่ำรวย มีอำนาจ หรือมีปัญญาเพียงใด การพิจารณาความจริงข้อนี้บ่อย ๆ ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อทำให้หดหู่หรือกลัวมากขึ้น แต่เพื่อให้เห็นคุณค่าของเวลาที่มีอยู่ในปัจจุบันขณะ และลดความยึดติดว่าตัวเราจะต้องคงอยู่ตลอดไปอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
มุมมองจากงานวิจัย
งานวิจัยด้านจิตวิทยาความหมายในชีวิตของ Hill และ Turiano (2014) พบว่าคนที่มีความหมายหรือเป้าหมายในชีวิตชัดเจน มักมีความกลัวตายน้อยกว่าและเผชิญกับความตายด้วยใจที่สงบกว่าคนที่ไม่มีทิศทางชีวิตที่ชัดเจน เพราะรู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมาได้ทำสิ่งที่มีคุณค่าไปแล้ว ไม่ต้องกังวลว่าจะ "ตายโดยยังไม่ได้ทำอะไร"
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงเป็นธรรมดาของสรรพสิ่งอยู่เสมอ ไม่เฉพาะเรื่องความตาย
หาความหมายหรือเป้าหมายในชีวิตประจำวันให้ชัดเจนขึ้น
ใช้เวลาปัจจุบันให้มีคุณค่า แทนการกังวลถึงเวลาที่ยังมาไม่ถึง
สังเกตว่าความกลัวตายมักมาจากการยึดว่าตัวตนต้องดำรงอยู่ถาวร แล้วค่อย ๆ คลายความยึดนั้นลง
พระสูตรอ้างอิง
-
สัลลสูตร
(ขุททกนิกาย สุตตนิบาต, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๔๗ ข้อ ๓๘๐ หน้า ๕๕๖-๕๗๐)
งานวิจัยอ้างอิง
-
Purpose in Life as a Predictor of Mortality Across Adulthood
(Hill, P. L., & Turiano, N. A. (2014). Psychological Science, 25(7), 1482-1486)
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และแนวคิดเบื้องต้นจากพระธรรมคำสอนและงานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีความทุกข์ใจรุนแรง คิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยตรง หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชม.)
