หน้าแรก

ทะเลาะกับพ่อแม่บ่อย ควรทำอย่างไร

กรกฎาคม 5, 2026
แนวทางจากพระสูตร
สิงคาลกสูตรวางกรอบหน้าที่ระหว่างคนในครอบครัวไว้อย่างเป็นระบบและสมดุลสองทาง — บุตรพึงปฏิบัติต่อบิดามารดาด้วยการเลี้ยงดูตอบแทน ช่วยทำกิจของท่าน ดำรงวงศ์ตระกูล ประพฤติตนให้สมควรรับทรัพย์มรดก และทำบุญอุทิศให้เมื่อท่านล่วงลับ ส่วนบิดามารดาก็มีหน้าที่ต่อบุตรเช่นกัน คือห้ามจากความชั่ว ให้ตั้งอยู่ในความดี ให้ศึกษาศิลปวิทยา หาคู่ครองที่สมควรให้เมื่อถึงวัย และมอบทรัพย์มรดกให้ในเวลาอันควร พระพุทธเจ้าทรงวางหลักนี้ไว้เป็นความสัมพันธ์แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีหน้าที่ฝ่ายเดียว การทะเลาะกันบ่อยมักเป็นเพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ทำหน้าที่ของตนหรือไม่เข้าใจความคาดหวังของกันและกัน

มุมมองจากงานวิจัย
ทฤษฎีรูปแบบการสื่อสารในครอบครัว (Family Communication Patterns Theory) ของ Koerner และ Fitzpatrick แบ่งครอบครัวตามสองมิติ คือ conversation orientation (ระดับที่เปิดให้พูดคุยความเห็นต่างกันอย่างเปิดเผย) และ conformity orientation (ระดับที่กดดันให้ทุกคนต้องเห็นพ้องกัน) งานวิจัยพบว่าครอบครัวที่มี conversation orientation สูง โดยไม่บังคับให้ต้องเห็นพ้องกันเสมอ มักมีความสัมพันธ์และสุขภาพจิตของสมาชิกดีกว่าครอบครัวที่เก็บกดความเห็นต่างไว้หรือบังคับให้ทุกคนคิดเหมือนกัน

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
กลับมาทบทวนว่าเราทำหน้าที่ของตัวเองตามบทบาทครบถ้วนหรือยัง
สื่อสารความต้องการของตัวเองอย่างสงบ แทนการทะเลาะเพื่อเอาชนะ
เลือกจังหวะที่ทั้งสองฝ่ายใจเย็นในการพูดคุยเรื่องที่ค้างคาใจ
เปิดพื้นที่ให้แต่ละคนแสดงความเห็นต่างได้ โดยไม่ต้องบังคับให้ทุกคนเห็นตรงกันเสมอ

พระสูตรอ้างอิง

  • สิงคาลกสูตร
    (ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๖ ข้อ ๒๐๖ หน้า ๙๓-๑๒๓)

งานวิจัยอ้างอิง

  • Toward a theory of family communication (Family Communication Patterns Theory)
    (Koerner, A. F., & Fitzpatrick, M. A. (2002). Communication Theory, 12(1), 70-91)

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และแนวคิดเบื้องต้นจากพระธรรมคำสอนและงานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีความทุกข์ใจรุนแรง คิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยตรง หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชม.)