หน้าแรก

เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นจนทุกข์

กรกฎาคม 5, 2026
แนวทางจากพระสูตร
ในมัชฌิมนิกาย มีเนื้อหาที่กล่าวถึง "อิจฉาวจร" หรือความริษยาที่เกิดจากใจอันไม่พอใจในสิ่งที่ผู้อื่นมี ว่าเป็นอกุศลธรรมที่ควรละ เพราะยิ่งใจเปรียบเทียบมากเท่าไร ก็ยิ่งบดบังความสุขที่มีอยู่ตรงหน้าของตัวเองมากเท่านั้น ใจที่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ผู้อื่นมีจะไม่มีทางเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนมีอยู่แล้วได้เลย เพราะความสนใจถูกดึงออกไปอยู่ที่ภายนอกตลอดเวลา พระพุทธศาสนาจึงจัดอิจฉาวจรไว้เป็นสภาพจิตที่ควรฝึกละให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องปกติที่ต้องทนอยู่กับมันไปตลอด

มุมมองจากงานวิจัย
งานวิจัยด้านจิตวิทยาสังคมที่ทบทวนอย่างเป็นระบบเรื่องการเปรียบเทียบทางสังคมบนสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นบ่อยครั้ง (โดยเฉพาะจากภาพชีวิตที่คัดสรรมาแล้วบนโซเชียลมีเดียซึ่งไม่ใช่ภาพชีวิตจริงทั้งหมด) สัมพันธ์กับความอิจฉาริษยาและภาวะซึมเศร้าที่เพิ่มขึ้นในหลายการศึกษา แต่งานวิจัยเดียวกันก็พบข้อค้นพบที่น่าสนใจว่าความอิจฉาไม่ได้มีแต่ด้านลบเสมอไป ความอิจฉาบางรูปแบบที่เรียกว่า benign envy (ความอิจฉาที่ไม่มีเจตนาร้าย) สามารถกลายเป็นแรงบันดาลใจเชิงบวกที่ผลักดันให้พัฒนาตัวเองได้ หากรู้จักแยกแยะและใช้ความรู้สึกนั้นให้ถูกทาง

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
รู้ทันใจตัวเองทันทีที่รู้สึกว่ากำลังเปรียบเทียบกับผู้อื่น
โฟกัสกลับมาที่การพัฒนาตัวเองตามจังหวะชีวิตของตนเอง
ลดการเสพเนื้อหาที่กระตุ้นการเปรียบเทียบซ้ำ ๆ หากสังเกตว่าทำให้ทุกข์ใจ
หากรู้สึกอิจฉา ลองพิจารณาว่าเป็นแรงบันดาลใจให้พัฒนาตัวเองได้หรือไม่ แทนการจมอยู่กับความรู้สึกด้อยค่า

พระสูตรอ้างอิง

  • อิจฉาวจรอกุศลที่ละได้แล้ว
    (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์, พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๗ ข้อ ๗๑ หน้า ๓๕๓-๓๕๕)

งานวิจัยอ้างอิง

  • Envy, Social Comparison, and Depression on Social Networking Sites: A Systematic Review
    (PMC (2022), systematic review of social comparison and envy research)

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และแนวคิดเบื้องต้นจากพระธรรมคำสอนและงานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีความทุกข์ใจรุนแรง คิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยตรง หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี ตลอด 24 ชม.)